Ubuntu:Feisty th

From

Jump to: navigation, search

Image:Ubuntuguide_logo.png

คู่มือ Ubuntu 7.04 (Feisty Fawn) สำหรับผู้เริ่มต้น

Ubuntu 7.04 (Feisty Fawn) ได้ออกมาวันที่ 19 เมษายน 2550 คู่มือนี้ยังเป็นแค่ งานในการพัฒนา เราต้องการการช่วยเหลือของคุณในการทดสอบและปรับปรุงคู่มือนี้


หากต้องการแก้ไขหน้า คุณต้องสมัครสมาชิก

หากมีปัญหาใดๆ กรุณาส่งจดหมายติดต่อเราที่ ubuntuguide -ณ- ubuntuguide.org (ภาษาอังกฤษเท่านั้น)

หรือภาษาไทย กรุณาถามปัญหาในห้อง #ubuntu-th เครือข่าย Freenode และเว็บบอร์ด อูบันตุคลับ


Full list of all the subpages: Ubuntu:Feisty_th/TOC


Contents


อ่านก่อนใช้งาน

  1. นี่คือคู่มือ Ubuntu 7.04 (Feisty Fawn) สำหรับผู้เริ่มต้นอย่างไม่เป็นทางการ มันไม่เกี่ยวข้องกับอูบันตุหรือบริษัท Canonical
  2. สามารถถามปัญหาที่กระดานข่าว UbuntuGuide.org อย่างเป็นทางการที่ ubuntuforums.org ลองเข้าไปดูและถามปัญหา(ภาษาอังกฤษเท่านั้น) สำหรับภาษาไทย กรุณาเข้าเยี่ยมชมกระดานข่าวของอูบันตุคลับ
  3. หากคุณเห็นกล่องสีฟ้า มันหมายความว่าคุณต้องสั่งคำสั่งนี้ในเทอร์มินัล (โปรแกรม -> อำนวยความสะดวย -> เทอร์มินัล) หรือใช้เนื้อหาของกล่องนั้นตามที่บอกไว้ในขั้นตอนอื่นๆ
  4. ในการลดการพิมพ์ผิด ให้คุณคัดลอกและวางคำสั่งในโหมดเทอร์มินัล (คลิกขวาที่คำสั่งแล้วเลือกคัดลอก หรือคุณสามารถใช้ Ctrl+C ในการคัดลอกและ Shift+Insert เพื่อวาง)
  5. คำสั่ง "sudo" ย่อมาจาก superuser do(การกระทำของผู้ใช้ขั้นสูง) "sudo" จะถามรหัสของท่านด้วยคำสั่ง "Password:" ให้ท่านใส่รหัสผ่านที่ท่านใช้เข้าระบบลงไป(รหัสผ่านจะไม่แสดง แต่สามารถพิมพ์ไปได้เลย)
  6. หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคำสั่งใดๆ ให้ดูหน้าคู่มือสำหรับคำสั่งนั้นโดยใ้ช้คำสั่ง "man" เช่น "man sudo" จะแสดงหน้าคู่มือสำหรับคำสั่ง "sudo"
  7. หากคุณขี้เกียจพิมพ์ "aptitude" ตลอดเวลา กรุณาอ่านวิธีการใช้้ aptitude อย่างง่าย (Synaptic)
  8. คำสั่ง "aptitude" และ "wget" ต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อติดตั้ง/อัปเดต/ดาวน์โหลดโปรแกรม
  9. คำสั่งทุกตัวที่ใช้ "apt-get" ได้ถูกแทนที่ด้วย "aptitude" คุณสามารถใช้ "apt-get" ได้อย่างไม่มีปัญหาถ้าต้องการ เรื่องนี้มีการถกเถียงในอูบันตุฟอรั่ม (ภาษาอังกฤษเท่านั้น)
  10. ในการดาวน์โหลดไฟล์ คลิกขวาบนลิงก์แล้วเลือก "Save Link As..." จากนั้นดูให้แน่ใจว่าชื่อไฟล์และนามสกุลถูกต้อง
  11. หากคุณต้องการช่วยแปลอูบันตุไปยังภาษาของคุณ หรือต้องการช่วยผู้อื่นกรุณาดู [1] (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) ก่อนทำการแปล กรุณาอ่านเว็บไซต์ทีมแปลภาษาไทยของ OpenTLEเสียก่อน
  12. เว็บไซต์อูบันตุฟอรั่ม(www.ubuntuforums.org) เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น หากคุณต้องการถามปัญหาใดๆในภาษาไทย กรุณาใช้กระดานข่าวอูบันตุคลับหรือห้องสนทนา #ubuntu-th ใน ฟรีโน๊ด
  13. เนื่องจากคู่มือนี้แปลมาจากภาษาอังกฤษ ข้อความบางตัวอาจจะเข้าใจยาก หากท่านไม่เข้าใจกรุณานำข้อความพร้อมลิงค์นั้นไปโพสท์ในกระดานข่าวอูบันตุคลับ และสำนวนที่ใช้อาจจะต่างกันเพราะคู่มือนี้มีผู้ร่วมพัฒนาหลายท่าน
  14. ขอให้ึความเอื้ออาทรอยู่กับคุณตลอดไป...


หากคุณใช้คอมพิวเตอร์รุ่น 64 บิต กรุณาแทนคำว่า "i386" เป็น "amd64" ทุกตัว

มาเริ่มต้นกันเถอะ

จะสามารถหาภาพจับหน้าจอ/สกรีนแคสต์ของ Ubuntu ได้จากที่ใดบ้าง

จะสามารถหาภาพจับหน้าจอ/สกรีนแคสต์ของ Kubuntu ได้จากที่ใดบ้าง

จะสามารถหาภาพจับหน้าจอ/สกรีนแคสต์ของ Xubuntu ได้จากที่ใดบ้าง

จะสามารถหาภาพจับหน้าจอ/สกรีนแคสต์ของ Edubuntu ได้จากที่ใดบ้าง

จะสามารถหาภาพจับหน้าจอ/สกรีนแคสต์ของ *buntu ได้จากที่ใดบ้าง

จะสามารถหาโปรแกรมใหม่ ๆ ได้จากที่ใดบ้าง

จะสามารถหาชุดตกแต่งสำหรับพื้นโต๊ะทำงานของท่านได้จากที่ใดบ้าง

ยังมีคู่มือการใช้งานของ *buntu ที่ใดอีกบ้าง?

อัปเกรด Ubuntu Edgy เป็น Ubuntu Feisty

เพิ่มแหล่งซอฟท์แวร์อื่นๆอย่างไร

  • อ่านหน้านี้ก่อน
  • คุณสามารถเพิ่มแหล่งซอฟท์แวร์เพิ่มเติมได้โดยใช้โปรแกรมแหล่งซอฟท์แวร์ โดยใช้งานที่ ระบบ -> ดูแลระบบ -> แหล่งซอฟท์แวร์ แล้วตรวจสอบแหล่งซอฟท์แวร์ทั้งหมด (main, universe, restricted, multiverse) คุณไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งซอฟท์แวร์ 'sources' นี่เป็นวิธีที่แนะนำให้ใช้เพิ่มแหล่งซอฟท์แวร์!


  • อีกวิธีในการเพิ่มแหล่งซอฟท์แวร์โดยใช้วิธีต่อไปนี้ (ใช้อย่างระมัดระวัง):
  • ทำสำรองไฟล์แหล่งซอฟท์แวร์
sudo cp -p /etc/apt/sources.list /etc/apt/sources.list_backup
  • เปิดรายชื่อแหล่งซอฟท์แวร์ในโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ผู้ใช้อูบันตุ/เอ็ดดูบันตุ:
sudo gedit /etc/apt/sources.list
ผู้ใช้คูบันตุ:
sudo kate /etc/apt/sources.list
  • แทนที่ทุกอย่างด้วยบรรทัดต่อไปนี้
หากจะใช้แหล่งสำเนาใกล้บ้านท่าน ให้เติม "cc." ก่อน archive.ubuntu.com (cc = รหัสประเทศของท่าน เช่นประเทศไทยคือ th)
ตัวอย่าง deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu edgy main restricted universe multiverse
## See http://help.ubuntu.com/community/UpgradeNotes for how to upgrade to
## newer versions of the distribution.

## Add comments (##) in front of any line to remove it from being checked.   
## Use the following sources.list at your own risk.  

## Uncomment deb-src if you wish to download the source packages

## If you have a install CD you can add it to the reposity using 'apt-cdrom add'
## which will add a line similar to the following:
#deb cdrom:[Ubuntu 7.04 _Feisty Fawn_ - Beta i386 (20070322.1)]/ feisty main restricted
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty main restricted
#deb-src http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty main restricted

## Major bug fix updates produced after the final release of the
## distribution.
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty-updates main restricted
#deb-src http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty-updates main restricted

## N.B. software from this repository is ENTIRELY UNSUPPORTED by the Ubuntu
## team, and may not be under a free licence. Please satisfy yourself as to
## your rights to use the software. Also, please note that software in
## universe WILL NOT receive any review or updates from the Ubuntu security
## team.
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty universe
#deb-src http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty universe

## N.B. software from this repository is ENTIRELY UNSUPPORTED by the Ubuntu
## team, and may not be under a free licence. Please satisfy yourself as to
## your rights to use the software. Also, please note that software in
## multiverse WILL NOT receive any review or updates from the Ubuntu
## security team.
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty multiverse
#deb-src http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty multiverse

## Uncomment the following two lines to add software from the 'backports'
## repository.
## N.B. software from this repository may not have been tested as
## extensively as that contained in the main release, although it includes
## newer versions of some applications which may provide useful features.
## Also, please note that software in backports WILL NOT receive any review
## or updates from the Ubuntu security team.
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty-backports main restricted universe multiverse
#deb-src http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu/ feisty-backports main restricted universe multiverse

deb http://security.ubuntu.com/ubuntu feisty-security main restricted
#deb-src http://security.ubuntu.com/ubuntu feisty-security main restricted
deb http://security.ubuntu.com/ubuntu feisty-security universe
#deb-src http://security.ubuntu.com/ubuntu feisty-security universe
deb http://security.ubuntu.com/ubuntu feisty-security multiverse
#deb-src http://security.ubuntu.com/ubuntu feisty-security multiverse

## PLF REPOSITORY (Unsupported.  May contain illegal packages.  Use at own risk.)
## Medibuntu - Ubuntu 7.04 "feisty fawn"
## Please report any bug on https://launchpad.net/products/medibuntu/+bugs
deb http://medibuntu.sos-sts.com/repo/ feisty free non-free
#deb-src http://medibuntu.sos-sts.com/repo/ feisty free non-free

## CANONICAL COMMERCIAL REPOSITORY (Hosted on Canonical servers, not Ubuntu
## servers. RealPlayer10, Opera, DesktopSecure and more to come.) 
deb http://archive.canonical.com/ubuntu feisty-commercial main

## enlightenment e17 beta, use at your own risk
## E17 is in Beta and may break or break your system
#deb http://edevelop.org/pkg-e/ubuntu feisty e17
#deb http://e17.dunnewind.net/ubuntu feisty e17
#deb-src http://edevelop.org/pkg-e/ubuntu feisty e17

  • บันทึกไฟล์ที่แก้ไขแล้ว
  • ดาวน์โหลดกุญแจ PGP:
wget -q http://packages.medibuntu.org/medibuntu-key.gpg -O- | sudo apt-key add -
  • ทำการโหลดรายชื่อแพคเกจใหม่:
sudo aptitude update


  • คุณอาจจะสร้างไฟล์ sources.list ของคุณเองและหาแหล่งซอฟท์แวร์อื่นๆที่เว็บไซต์: [2]
  • กรุณาแก้ไขไฟล์ sources.list มาตราฐานเฉพาะเมื่อคุณรู้ว่าทำอะไรอยู่ เอาแหล่งซอฟท์แวร์หลายตัวรวมกันอาจจะให้ระบบของคุณพังได้

Ubuntu:Feisty th/UbuntuUpdates

วิธีอัตโนมัติ

Automatix2

  • ติดตั้งแพคเกจนี้ (จำไว้ว่ารุ่นของแพคเกจอาจจะเปลี่ยนได้ ดูรุ่นล่าสุดที่ here (ภาษาอังกฤษ)):
  • [3]
  • ติดตั้งด้วยคำสั่งนี้:
sudo dpkg -i automatix2_1.1-3.6-7.04feisty_i386.deb
  • Automatix2 จะอยู่ในโปรแกรม > เครื่องมือระบบ > Automatix

โปรแกรมเสริม

ปลั๊กอินจาวา และปลั๊กอินของเบราว์เซอร์ที่ไม่ใช่เพื่อความบันเทิง

การติดตั้งจาวา J2SE Runtime Environment (JRE) รุ่น 6.0 พร้อมปลั๊กอินสำหรับมอซิลลาไฟร์ฟอกซ์

sudo aptitude install sun-java6-jre sun-java6-plugin
  • เมื่อถาม ให้คุณยอมรับข้อตกลงลิขสิทธิ์ DLJ

วิธีติดตั้งตัวเล่นแฟลช (มาโครมีเดียแฟลช) สำหรับมอซิลลาไฟร์ฟอกซ์

โปรดจำ: วิธีการดีที่สุดในการติดตั้งปลั๊กอินแมโครมีเดียแฟลชเพลเยอร์สำหรับมอซิลลาไฟร์ฟอกซ์คือใช้ไฟร์ฟอกซ์เข้าชม อโดบีดอทคอม: ตรวจสอบรุ่นของแฟลชเพลย์เยอร์ คุณจะเห็นคำแนะนำเกี่ยวกับไฟร์ฟอกซ์ขาดปลั๊กอินสำหรับแฟลช คลิกบนคำแนะนำนี้และทำตามขั้นตอนใดๆที่ไฟล์ฟอกซ์บอกคุณให้ทำตาม ปกติแล้วไฟร์ฟอกซ์จะติดตั้งปลั๊กอินนี้อัตโนมัติเมื่อคุณคลิก "install now".

มันสามารถทำได้โดยใช้โปรแกรมจัดการแพคเกจ:

sudo aptitude install flashplugin-nonfree
  • ปิดและเปิดมอซิลลาไฟร์ฟอกซ์อีกครั้ง

คำแนะนำ: หากไม่มีเสียงในแฟลช (เช่นบนเว็บยูทูบ):

sudo aptitude install alsa-oss
 gksudo gedit /etc/firefox/firefoxrc

ให้แก้ไข:

FIREFOX_DSP=""

เป็น:

FIREFOX_DSP="aoss"
  • ปิดและเปิดมอซิลล่าไฟร์ฟอกซ์อีกครั้ง ตอนนี้เสียงน่าจะใช้ได้ในตัวเล่นแฟลชแล้ว

วิธีการติดตั้งโปรแกรมลูกข่ายของเครือข่ายผู้ใช้ติดต่อผู้ใช้บิตทอร์เรนต์ (Azureus)

รุ่นจาวาปกติ
sudo aptitude install azureus
  • เปิดโปรแกรมโดยไปที่: โปรแกรม -> อินเทอร์เน็ต -> Azureus
รุ่น GCJ
sudo aptitude install azureus-gcj
  • เปิดโปรแกรมโดยไปที่: โปรแกรม -> อินเทอร์เน็ต -> Azureus

วิธีติดตั้งโปรแกรมลูกข่ายของเครือข่ายผู้ใช้ติดต่อผู้ใช้บิตทอร์เรนต์ (Deluge)

  • โหลดไฟล์ที่โปรแกรมพึงพา โหลดไฟล์โค้ดล่าสุด คอมไพล์โค้ด แล้วติดตั้ง
sudo aptitude install subversion build-essential python-all-dev python-all \
python-support libboost-dev libboost-thread-dev libboost-date-time-dev \
libboost-filesystem-dev libboost-serialization-dev \
libboost-program-options-dev libboost-regex-dev zlib1g-dev && \
svn checkout http://deluge-torrent.org/svn/trunk deluge && \
cd deluge && python setup.py build && sudo python setup.py install
  • ลบไฟล์ติดตั้ง
cd .. && rm -Rf deluge/
  • เปิดโปรแกรมโดยไปที่: โปรแกรม -> อินเทอร์เน็ต -> Deluge BitTorrent Client

สภาวะการทำงานอื่นๆ

การติดตั้ง KDE

sudo aptitude install kubuntu-desktop
โปรดจำ: การติดตั้งนี้จะใช้ที่ประมาณ 400MB
  • ระบบ -> ออก -> ออกจากระบบ
  • การกลับไปยัง KDE ให้คลิก วาระ และเลือก KDE

การติดตั้ง XFCE

sudo aptitude install xubuntu-desktop
  • ระบบ -> ออก -> ออกจากระบบ
  • การกลับไปยัง XFCE ให้คลิก วาระ และเลือก XFCE

การติดตั้ง FluxBox

นี่คือภาพตัวอย่าง(ภาษาอังกฤษ) Fluxbox เป็นระบบจัดการหน้าต่างขนาดเล็กยอดนิยม

sudo aptitude install fluxbox
ทำให้มันเริ่มหลังจากเข้า GDM
echo "exec startfluxbox" > ~/.xinitrc
ทำให้มีเสียงน่ารักๆเวลาเข้าระบบ
sudo aptitude install sox
gedit ~/.fluxbox/startup
  • หาบรรทัดนี้:
exec /usr/local/bin/fluxbox
  • เอาบรรทัดนี้อยู่ข้างบนบรรทัดนั้น:
play /usr/share/sounds/login.wav > /dev/null 2>&1 &
  • ฟัง

การเมานต์พาร์ติชันของวินโดวส์ทำอย่างไร

การเมานต์พาร์ติัชัน NTFS

ขั้นตอนการเมานต์พาร์ติชันของวินโดวส์แบบเป็นขั้นตอน (ภาษาอังกฤษ)

ลูกเล่น

การติดตั้งเบอร์ริวสำหรับการ์ดจอ Nvidia


  • ดูให้แน่ใจว่าแพคเกจทั้งหมดทันสมัย
sudo aptitude update
sudo aptitude dist-upgrade
  • ทำสำรอง xorg.conf
sudo cp /etc/X11/xorg.conf /etc/X11/xorg.conf_backup
gksudo gedit /etc/X11/xorg.conf
  • ติดตั้งไดรฟ์เวอร์การ์ดจอ Nvidia สำหรับการ์ดแสดงผล*
    • ระบบ -> ดูแลระบบ -> Restricted Driver Manager

เปิดการใช้ไดรฟ์เวอร์ Nvidia

กด Ctrl+Alt+Backspace เพื่อให้แน่ใจว่าไดรฟ์เวอร์ Nvidia ทำงานได้ถูกต้อง

  • ติดตั้งเบอร์ริว
sudo aptitude install beryl emerald-themes beryl-manager
  • เปิดเบอร์ริว
beryl-manager
  • เปิดเอ็มเมอร์รัล (ถ้ามันไม่เปิดขึ้นมาเอง)
emerald --replace
  • ให้เบอร์ริวและเอ็มเมอร์รัลเปิดมาอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว
    • ระบบ -> ตั้งค่า -> วาระ
    • Startup Program -> เพิ่ม
beryl-manager

และ

emerald --replace
    • เมื่อบู๊ตเครื่องใหม่ เมนูโปรแกรมไม่ยอมขึ้นมาเหนือโปรแกรมอื่นๆ ให้คลิกขวาบนไอคอน 'Beryl Manager' ในแผงควบคุม (รูปเพชรสีแดง) และเลือก 'Reload Window Manager' ปัญหาน่าจะหายไปในครั้งหน้าที่คุณบู๊ตใหม่

การติดตั้ง Xgl/Beryl บนการ์ดจอ ATI

"อ้างอิง (จาก ubuntuforums.org)"


"ทดสอบบน Ubuntu Feisty version i386 การ์ดจอ onboard ATi Xpress 1100 share 128 MB"

  • เปิดเทอร์มินอล จากเมนู
โปรแกรม > อำนวยความสะดวก > เทอร์มินอล
  • อัปเดทระบบ โดยพิมพ์ :
sudo apt-get update
sudo apt-get upgrade
  • ติดตั้ง Xgl (ในการ์ดจอ ATI cards ไดรเวอร์ fglrx สนับสนุนเฉพาะ Xgl):
sudo apt-get install xserver-xgl
  • สร้างสคริปท์ให้ Xgl รัน:
sudo gedit /usr/local/bin/startxgl.sh
  • พิม์ข้อความด้านล่างแล้วบันทึกดังนี้:
#!/bin/sh
Xgl :1 -fullscreen -ac -accel xv:pbuffer -accel glx:pbuffer &
DISPLAY=:1
exec dbus-launch --exit-with-session gnome-session
  • ถ้ามองไม่เห็นปุ่ม shutdown กับปุ่ม restart ให้แก้เป็น:
#!/bin/sh
Xgl :1 -fullscreen -ac -accel xv:pbuffer -accel glx:pbuffer &
DISPLAY=:1
cookie="$(xauth -i nextract - :0 | cut -d ' ' -f 9)"
xauth -i add :1 . "$cookie"
exec dbus-launch --exit-with-session gnome-session
  • ทำให้สคริปท์สามารถรันเป็นโปรแกรมได้:
sudo chmod a+x /usr/local/bin/startxgl.sh
  • จากนั้นแก้ให้มีตัวเลือก Xgl หน้าจอเข้าระบบบน GDM:
sudo gedit /usr/share/xsessions/xgl.desktop
  • พิม์ข้อความด้านล่างแล้วบันทึกดังนี้:
[Desktop Entry]
Encoding=UTF-8
Name=GNOME with XGL
Comment=
Exec=/usr/local/bin/startxgl.sh
Icon=
Type=Application
  • ทำให้สคริปท์สามารถรันเป็นโปรแกรมได้:
sudo chmod a+x /usr/share/xsessions/xgl.desktop
  • ยกเลิกตัวเลือก universe ใน repositories (Beryl ใน universe ไม่สนับสนุนไดรเวอร์ fglrx).
ไปที่ ระบบ > ดูแลระบบ > แหล่งของซอฟแวร์
คลิกไม่เลือก ที่ Community-maintained Open Source software (universe)
คลิกปิด
เปิดเทอร์มินอล:
  • เพิ่ม repository key:
sudo wget http://ubuntu.beryl-project.org/root@lupine.me.uk.gpg -O- | sudo apt-key add -
  • เพิ่ม repository ลงใน apt source list:
sudo gedit /etc/apt/sources.list
เพิ่มบรรทัด deb http://ubuntu.beryl-project.org/ feisty main
บันทึกแล้วปิด gedit
  • อัปเดท apt sources:
sudo apt-get update
  • ติดตั้ง Beryl :
sudo apt-get install beryl emerald-themes

Apt จะเลือกติดตั้ง plug-ins and libraries ให้อัตโนมัติ

  • วิธีติดตั้งไดรเวอร์การ์ดจอ ATI (ถ้ายังไม่ติดตั้ง):
ไปที่ ระบบ > ดูแลระบบ > Restricted Drivers Manager
คลิกเลือกใช้งาน check box ที่ ATI graphics card.

จากนั้นเปิดเครื่องใหม่เพื่อให้การ์ดจอทำงาน

  • หลังจากเปิดเครื่องลองเลือก Xgl จาก sessions ในหน้าจอเข้าระบบ, ทดสอบ Beryl โดยเปิดเทอร์มินอลแล้วพิมพ์:
beryl-manager
emerald --replace

จะเห็นรูปเพชร Beryl ที่พาเนลด้านมุมขวาบน คลิกขวาที่รูป Beryl เลือกหัวข้อ "Select Window Manager" แล้วเลือก "Beryl" คลิกขวาอีกทีที่รูป Beryl แล้วเลือกหัวข้อ ""Select Window Decorator" แล้วเลือก "Standard Beryl Decorator (Emerald)" จะทำให้ Beryl ทำงาน

  • ในการใช้การ์ดจอ ATI กับ XGL, ถ้ามี error อีกแสดงว่า beryl-xgl หายไป ให้ทำดังนี้:
ดาวน์โหลด beryl-core จาก http://ubuntu.beryl-project.org/pool/feisty/main/0.2.0/beryl-core_0.2.0~0beryl1_i386.deb
แยกไฟล์ beryl-xgl จากไฟล์ที่ได้ เช่นแยกไว้ที่ ~/Desktop
ไปที่เทอร์มินอลพิมพ์: sudo cp ~/Desktop/beryl-xgl /usr/bin/beryl-xgl

  • ถ้าทุกอย่างทำงานได้ , เราก็เพิ่ม Beryl กับ Emerald themes ไปที่ start-up โดย:
ไปที่เมนู ระะบบ > ปรับแต่งพื้นโต๊ะ > วาระ
คลิก ปุ่มใหม่
พิมพ์ Beryl ในช่องชื่อ
พิมพ์ beryl-manager ในช่องคำสั่ง
คลิก ปุ่มตกลง

คลิก ปุ่มใหม่
พิมพ์ Emerald Themes ในช่องชื่อ
พิมพ์ emerald --replace ในช่องคำสั่ง
คลิก ปุ่มตกลง
  • เย้ ! ทำได้แล้ว! หวังว่าทุกคนคงทำได้ ก่อนจบ เราต้องล็อคไม่ให้ Beryl ไม่ให้อัปเดท โดยเปิด Synaptic

ไปที่เมนู ระะบบ > ปรับแต่งระบบ > ตัวจัดการแพกเกจ Synaptic แล้วเลือกแพกเกจ beryl beryl-core beryl-manager beryl-plugin แล้วไปที่เมนู แพกเกจ คลิกเลือก ล็อคเวอร์ชัน

การเพิ่มพิกเซลย่อยในการวาดฟอนต์สำหรับ Feisty

นี่จะช่วยเพิ่มความสวยงามของฟอนต์ที่แถมกับการติดตั้งมาตราฐานของอูบันตุ ไฟล์ไลบราลีี่ใหม่ถูกสร้างมาแทน Freetype 2.3.x (ปัจจุบันไม่ได้อยู่ใน feisty) และรวมตัวแก้ไขการวาดพิกเซลย่อยของ David Turner

  • สำหรับ i386 เพิ่มบรรทัดต่อไปนี้ไปยังไฟล์ /etc/apt/sources.list
deb http://www.telemail.fi/mlind/ubuntu feisty fonts
deb-src http://www.telemail.fi/mlind/ubuntu feisty fonts
  • สำหรับ AMD64/EMT เพิ่มบรรทัดต่อไปนี้ไปยังไฟล์ /etc/apt/sources.list
deb http://raof.dyndns.org/falcon feisty experimental
deb-src http://raof.dyndns.org/falcon feisty experimental
  • แพคเกจที่จะอัปเกรดคือ libfreetype6, libcairo2 และ libxft2
sudo aptitude update
  • หลังการติดตั้งคุณอาจจะต้องการตั้งค่าฟอนต์ใหม่ ค่าต่อไปนี้ใช้ได้ดี: Native, Automatic, No bitmapped fonts.
sudo dpkg-reconfigure fontconfig-config
sudo dpkg-reconfigure fontconfig
  • ถ้ามีปัญหากุญแจ GPG หาย
gpg --keyserver subkeys.pgp.net --recv-keys 937215FF
gpg --export --armor 937215FF | sudo apt-key add -
  • กุญแจ GPG สำหรับแพคเกจ AMD64/EMT
wget http://ubuntu.moshen.de/2F306651.gpg -O- | sudo apt-key add -

บรรณานุกรม: http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=343670 (ภาษาอังกฤษ)

โปรแกรมที่ซื้อขายกัน

การติดตั้ง Windows 9X/ME/2000/XP (Win4Lin)

การติดตั้งโปรแกรมของวินโดวส์ (VMWare Workstation)

http://www.vmware.com
  • แปลง vmwareworkstation_5.5.3-34868_i386.rpm เป็น vmwareworkstation_5.5.3-34868_i386.deb โดยใช้ Alien แล้วติดตั้งมัน
  • หลังการติดตั้งให้ไปดูโฟล์เดอร์ที่ติดตั้งแล้วรันไฟล์ *.config เพื่อปรับค่า
  • ใช้งานมัน

การติดตั้งโปรแกรมของวินโดวส์ (CrossOver Office)

การเล่นเกมของวินโดวส์ (Cedega)

ดูแลผู้ใช้

การเซต/เปลี่ยน/เปิดใช้รหัสของผู้ใช้ root

sudo passwd root

การปิดใช้งานผู้ใช้ root

sudo passwd -l root

การเปิดให้รูทล็อคอินเข้าสู่ GNOME

แท็บ ความปลอดภัย -> ความปลอดภัย -> อนุญาตให้ผู้ดูแลระบบเข้าสู่ระบบ (ต้องทำเครื่องหมายไว้)

การเปลี่ยนไปใช้ผู้ใช้ root ในโหมดคำสั่ง

sudo -s -H
Password: <ใส่รหัสผ่านของคุณ>

การเพิ่ม/แก้ไข/ลบผู้ใช้

แท็บผู้ใช้งาน -> เพิ่มผู้ใช้งาน.../คุณสมบัติ/ลบ
หรือ
sudo useradd dang
sudo userdel dang
  • ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอ่าน
man usermod

การเพิ่ม/แก้ไข/ลบกลุ่มผู้ใช้

แท็บ กลุ่ม -> เพิ่มกลุ่ม.../คุณสมบัติ/ลบ

การล็อคอินเข้าสู๋ GNOME โดยอัตโนมัติ (ไม่ปลอดภัย)

แท็บ เข้าระบบ -> เปิดการเข้าระบบอัตโนมัติ (ต้องทำเครื่องหมายไว้)
แล้วเลือกผู้ใช้งานจากรายชื่อหล่นลง

การเพิ่ม sudoers

EDITOR=gedit sudo visudo
  • เพิ่มบรรทัดนี้ต่อท้ายไฟล์
system_username	ALL=(ALL) ALL
  • บันทึกไฟล์ที่แก้ไขแล้ว

หรือ เพราะทุกคนในกลุ่ม admin สามารถใช้งาน sudo:

sudo adduser dang admin

มันจะเพิ่มกลุ่ม admin ไปยังรายชื่อกลุ่มของผู้ใช้คนนั้น และเขาจะมีสิทธิ sudo

การใช้ "sudo" โดยไม่ถามรหัสผ่าน (ไม่ปลอดภัย)

EDITOR=gedit sudo visudo
  • หาบรรทัดนี้
...
system_username	ALL=(ALL) ALL
...
  • แทนที่ด้วย
system_username	ALL=(ALL) NOPASSWD: ALL
  • บันทึกไฟล์ที่แก้ไขแล้ว

การยกเลิกวาระ "sudo" อย่างกระทันหัน

sudo -K

การแก้ไขสิทธิของไฟล์และโฟล์เดอร์

คลิกขวาบนไฟล์/โฟล์เดอร์ -> คุณสมบัติ
แท็บ สิทธิ -> อ่าน/เขียน/เรียกใช้ (เช็คสิทธินี้สำหรับ เจ้าของ/กลุ่ม/อื่นๆ)

การเปลี่ยนเจ้าของไฟล์/โฟล์เดอร์

sudo chown dang /location_of_files_or_folders

หากจะเปลี่ยนเจ้าของทั้งไฟล์และโฟล์เดอร์ข้างในด้วย ให้ใช้ตัวเลือก -R แบบนี้:

sudo chown -R dang /location_of_files_or_folders

การเปลี่ยนกลุ่มเจ้าของไฟล์/โฟล์เดอร์

sudo chgrp boys /location_of_files_or_folders

หากจะเปลี่ยนกลุ่มเจ้าของสำหรับไฟล์และโฟล์เดอร์ข้างในด้วย ให้ใช้ตัวเลือก -R แบบนี้:

sudo chgrp -R boys /location_of_files_or_folders

ฮาร์ดแวร์

เมาส์

เริ่มการทำงานของปุ่มด้านข้าง (side-mouse-buttons) ใน FireFox

เราสามารถเริ่มการทำงานของปุ่มด้านข้างใน FireFox ได้โดยเพิ่มบรรทัดลงไปในไฟล์ xorg.conf โดยมากแล้วจะสามารถใช้งานได้กับเมาส์ 5 ปุ่มโดยทั่วไป ขอยกตัวอย่างรายชื่อเมาส์ที่สามารถใช้งานได้ตามคำแนะนำนี้

  • Logitech MX310
  • Logitech MX510
  • Logitech MX518
  • Logitech MX700
  • Intellimouse Explorer (first edition)
  • Razer Copperhead


แบ็กอัปข้อมูลไฟล์คอนฟิกของ X.org

sudo cp /etc/X11/xorg.conf /etc/X11/xorg.conf.bak

แก้ไขไฟล์คอนฟิกของ X.org

gksudo gedit /etc/X11/xorg.conf

หาส่วนที่พูดถึงอุปกรณ์ป้อนเข้า (Input Device section) สำหรับเมาส์ชองคุณ และเพิ่มบรรทัดทั้งสองเช่นที่แสดงด้านล่างนี้ ถ้าเมาส์ของคุณมีจำนวนปุ่มมากกว่า 7 คุณอาจจะต้องเพิ่มจำนวนปุ่มทั้งหมดในส่วนขึ้นกับจำนวนของปุ่ม (โปรดอย่าลืมว่าเราต้องนับปุ่ม back/forward, wheel click & tilt left/right ด้วย)

แก้ไข:

Section "InputDevice"
	Identifier "Configured Mouse"
	Driver "mouse"
	Option "CorePointer"
	...
	Option "Protocol" "ExplorerPS/2"
	...
	Option "Emulate3Buttons"       "true"
EndSection

ไปเป็น:

Section "InputDevice"
    Identifier     "Configured Mouse"
    Driver         "mouse"
    Option         "CorePointer"
    Option         "Device" "/dev/input/mice" 
    Option         "Protocol" "ExplorerPS/2"
    Option         "ZAxisMapping" "4 5"
    Option         "Emulate3Buttons" "true"
    Option         "Buttons" "7" 
    Option         "ButtonMapping" "1 2 3 6 7"
EndSection

ถ้าคุณต้องการปุ่ม scroll เพื่อที่จะเลื่อนหน้าใน Firefox แทนที่จะใช้ปุ่มด้านข้าง ให้เปลี่ยนเป็น "ZAxisMapping" "6 7" และ "ButtonMapping" "1 2 3 4 5" แทน

ถึงขั้นตอนนี้ให้รีบูตเครื่องของคุณหรือไม่ก็ให้รีสตารต์ X(Ctrl-Alt-BackSpace) เพื่อที่จะสังเกตว่าปุ่ม forward/back ทำงานบน FireFox แต่การเซ็ตเช่นนี้ยังจะไม่สามารถใช้งานปุ่มดังกล่าวบน Nautilus ได้หากคุณไม่ติดตั้งโปรแกรม imwheel

ติดตั้งและคอนฟิก IMWheel

  • ติดตั้ง IMWheel
sudo apt-get install imwheel
  • แก้ไขไฟล์คอนฟิกของ IMWheel
gksudo gedit /etc/X11/imwheel/imwheelrc
  • เพิ่มข้อความต่อไปนี้ลงที่ด้านท้ายของไฟล์
".*"
None, Up, Alt_L|Left
None, Down, Alt_L|Right 

"(null)"
None, Up, Alt_L|Left
None, Down, Alt_L|Right


  • สร้างสคริปต์สำหรับเริ่มการทำงานของ IMWheel
sudo mkdir /home/login
gksudo gedit /home/login/mouse
  • เพิ่มข้อความต่อไปนี้ลงไฟล์ใหม่
#!/bin/sh
exec xmodmap -e "pointer = 1 2 3 6 7 4 5" &
exec imwheel -k -b "67" &
exec $REALSTARTUP
  • อนุญาตให้ใครก็ตามสามารถสั่งทำงานสคริปต์ใหม่นี้ได้
sudo chmod +x /home/login/mouse
  • คอนฟิกสคริปต์นี้ให้เริ่มทำงานขณะเริ่มต้นระบบ
    1. เลือกที่ 'System' > 'Preferences' > 'Sessions'
    2. คลิกที่แท็บ StartUp
    3. คลิก Add, จากนั้นให้พิมพ์: /home/login/mouse
    4. คลิก OK, จากนั้นก็คลิก Close
  • รีบูต คอมพิวเตอร์ หรือ Gnome จากนั้นจึงทดสอลปุ่ม back/forward บน Nautilus

How to configure Apple Mighty Mouse

Apple Mighty Mouse works out of the box, this how to should cover setting up of horizontal scrolling using ball and sidebuttons.

This is placeholder only. Please, provide working howto.

การ์ดแสดงผล

วิธีการติดตั้งไดรเวอร์แสดงผล (NVIDIA)

sudo apt-get install nvidia-glx nvidia-kernel-common
sudo nvidia-xconfig
  • ถ้าคำสั่งด้านบนไม่สามารถติดตั้งไดรเวอร์ใหม่ได้ ให้ทำด้วยมือโดบการเปิดไฟล์คอนฟิกของ X:
sudo gedit /etc/X11/xorg.conf
 
  • และแทนที่ "nv" ด้วย "nvidia"
  • เริ่มการทำงานของ XvMC โดยสร้างไฟล์คอนฟิกของ nVidia XvMC
sudo gedit /etc/X11/XvMCConfig
  • แทรกบรรทัดต่อไปนี้ลงในไฟล์คอนฟิกใหม่เพื่อที่จะบอกโปรแกรมเล่นไฟล์วิดีโอให้รู้จักแชร์ไลบารีของ nVidia XvMC:
libXvMCNVIDIA_dynamic.so.1
  • เพื่อที่จะใช้ XvMC สำหรัลการเร่งความเร็วในการแสดงผลวิดีโอให้เพิ่มแฟลกต่อไปนี้ ดู [[4]] สำหรับข้่อมูลเพิ่มเติม
xine -V xxmc filename.ts
mplayer -vo xvmc -vc ffmpeg12mc filename.ts

วิธีการติดตั้งไดรเวอร์แสดงผลเบต้า (NVIDIA)

  • Thanks to Alberto Milone
sudo gedit /etc/apt/sources.list
  • Add ONE of the following lines based on your architecture
deb http://www.albertomilone.com/drivers/edgy/latest/32bit binary/
deb http://www.albertomilone.com/drivers/edgy/latest/64bit binary/
deb http://www.albertomilone.com/drivers/edgy/newlegacy/32bit binary/
deb http://www.albertomilone.com/drivers/edgy/newlegacy/64bit binary/
  • Save the edited file
  • Add the GPG key
wget http://albertomilone.com/drivers/tseliot.asc
gpg --import tseliot.asc
gpg --export --armor albertomilone@alice.it | sudo apt-key add -
  • Update and install
sudo apt-get update
sudo apt-get install nvidia-glx
sudo apt-get upgrade
  • The upgrade should update your linux-restricted-modules & linux-restricted-modules-common packages.
sudo nvidia-xconfig
  • Add a menu option for nVidia Settings
sudo gedit /usr/share/applications/NVIDIA-Settings.desktop
  • Insert these lines in the new file and save
[Desktop Entry]
Name=NVIDIA Settings
Comment=NVIDIA Settings
Exec=nvidia-settings
Icon=
Terminal=false
Type=Application
Categories=Application;System;
  • Restart the computer and your new drivers should be installed.
  • Test the install with these 2 programs
glxinfo
glxgears

How to setup pivot (screen rotation) with default X.org NVIDIA drivers

  • Some LCD monitors are equipped with the pivot feature, to take advantage of it the display has to be rotated 90 degrees. The default nVidia drivers shipped with X.org ("nv") support software screen rotation. Note that it's unaccelerated and can be slow, read #How to install Graphics Driver (NVIDIA) if you decide to install the proprietary driver.
  • To rotate the screen find the "Device" section for the "nv" driver in the /etc/X11/xorg.conf file:
Section "Device"                                                                
       Identifier      "NVIDIA Corporation NV34 [GeForce FX 5200]"
       Driver          "nv"
  • Add the following options to this section:
       Option "Rotate" "CW"

Where the "Rotate" option has two possible values (depending on the orientation of the monitor):

  1. CW - rotate the display clockwise (right).
  2. CCW - rotate the display counterclockwise (right).

How to setup pivot (screen rotation) with proprietary NVIDIA drivers

  • Some LCD monitors are equipped with the pivot feature, to take advantage of it the display has to be rotated 90 degrees. The proprietary nVidia drivers support hardware rotation with the Xrandr extension.
  • To enable rotation support find the "Device" section for the "nvidia" driver in the /etc/X11/xorg.conf file:
Section "Device"                                                                
       Identifier      "NVIDIA Corporation NV34 [GeForce FX 5200]"
       Driver          "nvidia"
  • Add the following option to this section:
       Option          "RandRRotation" "on"
  • Then the display can be rotated (direction depends on the orientation of the monitor) by:
  1. Setting the "Rotation" property to either "Left" or "Right" in the "System > Preferences > Screen Resolution" dialog.
  2. Issuing either "xrandr -o left" or "xrandr -o right" command.

How to disable NVIDIA graphics logo on GNOME startup

sudo cp /etc/X11/xorg.conf /etc/X11/xorg.conf_backup
gksudo gedit /etc/X11/xorg.conf
  • Find this section
 ...
Section "Device"
	Identifier	"NVIDIA Corporation NV11 [GeForce2 MX/MX 400]"
	Driver		"nvidia"
	BusID		"PCI:1:0:0"
...
  • Add the following line below it
   Option		"NoLogo"

How to install Graphics Driver (ATI)

How to Correct the Graphics Resolution (Intel)

  • Intel 915g, 945g, etc. graphics chipsets only have a limited set of resolutions initially installed, despite the correct driver being detected.
  • Install the resolution altering tool:
sudo apt-get install 915resolution
  • Run the following to see the availible modes:
915resolution -l
  • Choose a resolution you don't need and replace, for example the following changes 1920x1440 to 1920x1200
915resolution 5c 1920 1200
  • This should add the option for that resolution to the "System>Preferences>Screen Resolution" tool.
  • If it works correctly then you can make the change permanent:
sudo gedit /etc/rc.local
  • Simply add the command you typed in above before:
exit 0

How to show nvidia GPU temperature (nvidia-settings)

At a terminal, type

nvidia-settings

How to detect CPU temperature, fan speeds and voltages (lm-sensors)

sudo apt-get install lm-sensors

Create file called mkdev.sh, and paste in the following

#!/bin/bash

# Here you can set several defaults.

# The number of devices to create (max: 256)
NUMBER=32

# The owner and group of the devices
OUSER=root
OGROUP=root
# The mode of the devices
MODE=600

# This script doesn't need to be run if devfs is used
if [ -r /proc/mounts ] ; then
if grep -q "/dev devfs" /proc/mounts ; then
echo "You do not need to run this script as your system uses devfs."
exit;
fi
fi

i=0;

while [ $i -lt $NUMBER ] ; do
echo /dev/i2c-$i
mknod -m $MODE /dev/i2c-$i c 89 $i || exit
chown "$OUSER:$OGROUP" /dev/i2c-$i || exit
i=$[$i + 1]
done
#end of file

Make this file executable, then run it

sudo chmod +x mkdev.sh
sudo ./mkdev.sh

Now detect sensors, and answer "y" to all questions.

sudo sensors-detect

To load the manual modules, type

sudo /etc/init.d/module-init-tools

Load the modules into kernel with

sudo sensors -s

And check the output

sudo sensors

How to control fan speed (lm-sensors)

Install and config lm-sensors first, see section above. Then run pwmconfig to test your fans

pwmconfig

If you can control fan speeds, great. Now creat a file called /etc/init.d/fancontrol, and paste in the following

#!/bin/sh
#
# Fancontrol start script.
#

set -e

# Defaults
DAEMON=/usr/sbin/fancontrol
PIDFILE=/var/run/fancontrol-pid
PATH=/sbin:/bin:/usr/sbin:/usr/bin

test -f $DAEMON || exit 0

. /lib/lsb/init-functions


case "$1" in
       start)
               log_begin_msg "Starting fancontrol daemon..."
               start-stop-daemon --start -o -q -m -b -p $PIDFILE -x $DAEMON
               log_end_msg $?
               ;;
       stop)
               log_begin_msg "Stopping fancontrol daemon..."
               start-stop-daemon --stop -o -q -p $PIDFILE
               log_end_msg $?
               ;;
       force-reload|restart)
               sh $0 stop
               sh $0 start
               ;;
       *)
               log_success_msg "Usage: /etc/init.d/fancontrol {start|stop|restart|force-reload}"
               log_success_msg "  start - starts system-wide fancontrol service"
               log_success_msg "  stop  - stops system-wide fancontrol service"
               log_success_msg "  restart, force-reload - starts a new system-wide fancontrol service"
               exit 1
               ;;
esac

exit 0

Make it excutable

sudo chmod +x /etc/init.d/fancontrol

Test it

/etc/init.d/fancontrol start

and

/etc/init.d/fancontrol stop

If it works fine, autoload it when you reboot. Insert the following line into /etc/rc.local, before "exit 0"

/etc/init.d/fancontrol start

How to monitor CPU, GPU temperatures, fan speeds and voltages (GKrellM)

  • Install hddtemp first to monitor hard drive temperatures
sudo apt-get install hddtemp

GKrellM is a hardware monitor that can display CPU and GPU temperatures, fan speeds, voltages, CPU load, network load, disk activity, disk temperature, memory usage, and swap usage. The installation is very easy, and configuration is just a few mouse-clicks. You can set alerts to warn you if the CPU is too hot or there is a fan failure. The hddtemp utility works with GKrellM to allow it to sense the disk temperature, as keeping your disks cool (e.g. less than around 40C) will allow them to last longer than if they run continually at higher temperatures (e.g. above 50C).

sudo apt-get install gkrellm

To run the program

Click Applications -> System Tools -> GKrellM

To configure the settings,

Right click on GKrellM -> Configuration

I was struggling with lm_sensors before, but it doesn't detect all of the sensors on my computer. Later I found "GKrellM". It displays the GPU temperature on my nVidia 6600 GT out of the box. GKrellM also has plugins that show weather info, set reminders, etc.

Add an audio alert (optional Step): Here is how to play an audio message when the CPU is too hot or a fan fails. First you need to find or record your own audio alert files. (I use Audacity to record my own.) Then go to:

Configuration -> Builtins folder (Left side)-> Sensors -> Temperatures folder (Right side)-> CPU -> Alerts Button

Paste ONE of the following lines into a Terminal window first to test the sound. If you have two sound cards, you can use "-ao oss:/dev/dsp1" option to route the sound to the second sound card. Modify the file path and name so it points to the correct file. If you can hear the sound, then copy that line to a command line text field on the GKrellM's Alerts window.

mplayer /home/myfolder/alert_messages/heat_alert.mp3
mplayer -ao oss:/dev/dsp1 /home/myfolder/alert_messages/heat_alert.mp3

CPU

How to enable your CPU's Power Saving/Frequency Scaling features

Enter your BIOS at boot and make sure both ACPI and Cool'n'Quiet (AMD) or SpeedStep (Intel) are enabled. Some BIOSes may not have option at all. If that is the case it is probably enabled by default. Other BIOSes may have the option but it is listed as another name altogether. If that is the case check your BIOS manual for more info.

  • Step 2: Remove Userspace Scaling Software

powernowd

sudo apt-get remove powernowd

cpudyn

sudo apt-get remove cpudyn
  • Step 3: Install CPU Module

Identify your cpu type by runnig the command

cat /proc/cpuinfo

You can also Check the following links AMD CPU Chart - [[5]] Intel CPU Chart - [[6]]

AMD Sempron/Athlon/MP ( K7 )

Socket Types: A, Slot A

sudo modprobe powernow-k7

AMD Duron/Sempron/Athlon/Opteron 64 ( K8 )

Socket Types: 754, 939, 940, S1 ( 638 ), AM2 ( 940 ), F ( 1207 )

sudo modprobe powernow-k8

Intel Core Duo

sudo modprobe speedstep-centrino

Intel Pentium M

sudo modprobe speedstep-centrino

Intel Pentium 4

sudo modprobe p4_clockmod

Others (Unknown)

I'm not entirely sure which cpus are supported using this module. If your cpu doesn't work with one of the above methods try this one.

sudo modprobe acpi-cpufreq
  • Step 4: Scaling Modules
sudo modprobe cpufreq_conservative
sudo modprobe cpufreq_ondemand
sudo modprobe cpufreq_powersave
sudo modprobe cpufreq_stats
sudo modprobe cpufreq_userspace
  • Step 5: Testing/Configuration

Show Available Governors

cat /sys/devices/system/cpu/cpu0/cpufreq/scaling_available_governors

You should see output similar to

powersave conservative ondemand performance
  • Step 6: Load Modules at Boot

Add the following lines to the end of /etc/modules

cpufreq_conservative
cpufreq_ondemand
cpufreq_powersave
cpufreq_stats
cpufreq_userspace

Also add the module you selected in Step 3

  • Step 7: Install cpufrequtils

This is a simple, effective tool for using the modules from the command line.

sudo apt-get install cpufrequtils

Test that it's working.

cpufreq-info
  • Step 8: Select a governor

The different governors control how the CPU speed is scaled. Your choices are:

ondemand

CPU frequency is scaled based on load.

conservative

The CPUfreq governor "conservative", much like the "ondemand" governor, sets the CPU depending on the current usage. It differs in behaviour in that it gracefully increases and decreases the CPU speed rather than jumping to max speed the moment there is any load on the CPU. This behaviour more suitable in a battery powered environment.

performance

CPU only runs at max frequency regardless of load.

powersave

CPU only runs at min frequency regardless of load.

See [[7]] for more details.

I typically use ondemand. You get a very slight performance hit and save a lot of power (and produce a lot less heat when idle).

Try it out:

cpufreq-set -g ondemand

On systems with more than one CPU you need to repeat the last command for every other CPU you have with specifying the parameter -c (CPU). To set the governor for the second CPU write:

cpufreq-set -c 1 -g ondemand

To see how many CPUs you have type:

ls /sys/devices/system/cpu/ 
  • Step 9: Configure cpufrequtils to automatically set this governor on boot

Edit the file /etc/default/cpufrequtils. Change the line:

ENABLE="false"

to

ENABLE="true"

Set the GOVERNOR value to the governor name you chose in Step 8.

Sources: [[8]] [[9]]

Modems / Network

How to identify Modem chipset

wget -c http://easylinux.info/uploads/scanModem.gz
gunzip -c scanModem.gz > scanModem
chmod +x scanModem
sudo cp scanModem /usr/bin/
  • To identify Modem chipset
sudo scanModem
gedit Modem/ModemData.txt

How to install Windows Wireless Drivers (Ndiswrapper)

  • Find out if you have acx module loaded. Because acx module interferes with windows driver, we need to remove it if it is found.
lsmod | grep acx
  • Remove the acx module if found. It could also be acx_pci or similar. Please Note: New kernel updates will auto load the acx module again. So repeat the following two commands every time the kernel is updated.
sudo rmmod acx
sudo nano /etc/modprobe.d/blacklist
  • Add a new list at the end of the file like this:
# drivers wireless ACX
blacklist acx
  • Install ndiswrapper and drivers (due to a bug in Edgy, you need to specify ndiswrapper-utils-1.8)
sudo apt-get install ndiswrapper-utils-1.8
sudo ndiswrapper -i /location_of_your_wireless_driver/your_driver.inf
sudo ndiswrapper -l
sudo modprobe ndiswrapper
  • Set ndiswrapper to load on startup
sudo ndiswrapper -m
gksudo gedit /etc/modules
  • Add the following module to the list
ndiswrapper
  • Now you can configure your wireless card with ifconfig and iwconfig.
e.g. Supposing wlan0 is your wireless device.
sudo iwconfig wlan0 essid "AP" key ababababababababab mode Managed
iwconfig
  • You sould now be able to see the MAC address of the access point and signal rate.

Ndiswrapper for Broadcom 43xx wireless chipset

  • The Broadcom 43xx (bcm43xx) wireless chipset is one of the most common chipsets, so special scripts have been written for it.
  • Only follow this if you have a bcm43xx device. To check in the Terminal type:
lspci | grep Broadcom\ Corporation

If it displays a line similar to this,

0000:02:02.0 Network controller: Broadcom Corporation BCM4306 802.11b/g Wireless LAN Controller (rev 03)

you have a Broadcom wireless chipset. Please proceed with the instructions.

  • Put the Ubuntu CD that you installed Ubuntu with in the CD drive.
  • Download this to the desktop (the Firefox default, so if you haven't changed it, that's where it went/will go).
  • In a terminal type
cd ~/Desktop (or wherever you downloaded the file)
tar -xf bcm4318*.tar.gz
sudo ./ndiswrapper_setup

Your wireless chipset should now work. Try rebooting if you have problems. Please see this thread if you have problems: http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=197102&highlight=install+ndiswrapper

How to enable WPA with Ndiswrapper driver

  • First, make sure the Ndiswrapper driver works by itself without encryption.
  • Create a file called /etc/wpa_supplicant.conf, and paste in the following. Modify the ssid and psk values.
ctrl_interface=/var/run/wpa_supplicant
 network={
   ssid="YourWiFiSSID"
   psk="YourWiFiPassword"
   key_mgmt=WPA-PSK
   proto=WPA
   pairwise=TKIP
 }
  • Test it. Make sure your router is broadcasting its SSID.
sudo wpa_supplicant -Dwext -iwlan0 -c/etc/wpa_supplicant.conf -dd
  • If your WPA works. Load it automatically when you reboot.
gksudo gedit /etc/network/interfaces
  • Change your wlan0 section to the following.

If you are using static IP:

auto wlan0
iface wlan0 inet static
address 192.168.1.20
netmask 255.255.255.0
gateway 192.168.1.1
pre-up wpa_supplicant -Bw -Dwext -iwlan0 -c/etc/wpa_supplicant.conf
post-down killall -q wpa_supplicant

or this, if you are using dhcp.

auto wlan0
iface wlan0 inet dhcp
pre-up wpa_supplicant -Bw -Dwext -iwlan0 -c/etc/wpa_supplicant.conf
post-down killall -q wpa_supplicant


  • Reboot

How to install Modem Driver (SmartLink)

uname -r (must be 2.6.10-5-386)
wget -c http://easylinux.info/uploads/sl-modem-modules-2.6.10-5-386_2.9.9a-1ubuntu2+2.6.10-34_i386.deb
sudo dpkg -i sl-modem-modules-*.deb
sudo apt-get install sl-modem-daemon

Palm

How to configure PalmOS Devices

gksudo gedit /etc/udev/rules.d/10-custom.rules
  • Insert the following line into the new file
BUS="usb", SYSFS{product}="Palm Handheld*", KERNEL="ttyUSB*", NAME{ignore_remove}="pilot", MODE="666"
  • Save the edited file
  • Add the pilot-applet to the Taskbar by Right-Clicking on an empty spot
  • Follow the instructions on screen

Hard Drive

How to list partition tables

sudo fdisk -l
  • You can also use System -> Administration -> Disks

How to list filesystem disk space usage

df -Th
  • You can also use System -> Administration -> Disks

How to list mounted devices

mount

How to remount /etc/fstab without rebooting

sudo mount -a

USB

วิธีแสดงอุปกรณ์ USB ในเครื่อง

lsusb

Workaround for random device disconnections

Random disconnection is a kernel bug that is not fixed yet. Some users report randomly disconnecting USB devices, especially external hard drives. One solution is to start the system with the option "irqpoll" in grub, but this doesn't work for everybody, and is believed to make the whole system slower. The other solution is to disable USB 2.0. This will result in way slower read/write, but the connection remains stable.

To disable USB 2.0, type this in the terminal:

sudo modprobe -r ehci_hcd

Test if the copy/write process is stable, and if you want to disable USB 2.0 upon boot, type:

sudo sh -c 'echo blacklist ehci_hcd > /etc/modprobe.d/blacklist-ehci'
sudo update-initramfs -u -k `uname -r`

Optical Drives

วีธีเพิ่มความเร็ว CD/DVD-ROM

ตัวอย่างเช่นในเครื่องเรา CD/DVD-ROM อยู่ที่ตำแหน่ง /dev/cdrom ให้เข้า เทอร์มินอลแล้วพิมพ์
sudo hdparm -d1 /dev/cdrom
sudo cp /etc/hdparm.conf /etc/hdparm.conf_backup
gksudo gedit /etc/hdparm.conf
  • แล้วเพิ่มข้อความนี้ในบรรทัดสุดท้ายของไฟล์
/dev/cdrom {
    dma = on
}
  • เสร็จแล้วก็บันทึก

How to mount/unmount CD/DVD-ROM manually, and show all hidden and associated files/folders

e.g. Assumed that /media/cdrom0/ is the location of CD/DVD-ROM
  • To mount CD/DVD-ROM
sudo mount /media/cdrom0/ -o unhide
  • To unmount CD/DVD-ROM
sudo umount /media/cdrom0/

How to forcefully unmount CD/DVD-ROM manually

e.g. Assumed that /media/cdrom0/ is the location of CD/DVD-ROM
sudo umount /media/cdrom0/ -l


จอภาพ / การแดงผล

วิธีเปิดใช้งานจอ widescreen ขนาดใหญ่

  • จอ widescreen ขนาด 24/23" นิ้ว จะสามารถใช้งานความละเอียด 1920x1200 ได้
  • ยกตตัวอย่างเช่น จอรุ่น Dell 2405, HP 2335 หรือ Apple Cinema Display.
sudo gedit /etc/X11/xorg.conf
  • เพิ่มบรรทัดนี้ในส่วน "Monitor" section
Modeline	"1920x1200" 154 1920 1968 2000 2080 1200 1203 1209 1235
  • ตัวอย่าง ถ้าเป็นจอรุ่น HP2335 ก็ประมาณนี้:
Section "Monitor"
	Identifier	"hp L2335"
	Option		"DPMS"
	Modeline	"1920x1200" 154 1920 1968 2000 2080 1200 1203 1209 1235
EndSection

วิธีการเปิดใช้งาน ต่อเพิ่มจอ CRT (จอภาพแบบภายนอก / โปรเจคเตอร์) สำหรับ Notebook (Intel)

โน๊ต: ใช้ได้สำหรับการ์ดจอ Intel® onboard เท่านั้น

sudo apt-get install i810switch

เปิดการใช้จอ CRT ที่ต่อเพิ่ม

i810switch crt on

ปิดการใช้จอ CRT ที่ต่อเพิ่ม

i810switch crt off

วิธีการเปิดใช้งาน ต่อเพิ่มจอ CRT (จอภาพแบบภายนอก / โปรเจคเตอร์) สำหรับ Notebook (ATI)

โน๊ต: ใช้ได้สำหรับการ์ดจอ ATI ที่เปิดใช้งาน fgrlx dirver เท่านั้น

ตรวจดูการใช้งานจอภาพ ~$ aticonfig --query-monitor

 Connected monitors: crt1, lvds
 Enabled monitors: lvds

เปิดการใช้จอ CRT ที่ต่อ ~$ aticonfig --enable-monitor=lvds,crt1 Enabling displays 0x2, 0x1 FGLRX_EnableDisplays returned 0

ตรวจดูการใช้งานจอภาพอีกครั้งว่าใช้ได้หรือยัง ~$ aticonfig --query-monitor

 Connected monitors: crt1, lvds
 Enabled monitors: crt1, lvd

Sound

How to setup the surround speakers (5.1 and others) with ALSA

  • Edit the ~/.asoundrc file, create it if it doesn't exist:
gedit ~/.asoundrc
  • Enter the following section:
pcm.!default {
    type plug
    slave.pcm "surround51"
    slave.channels 6
    route_policy duplicate
}
  • This will allow to play the surround output and duplicate the stereo output to all 6 channels (not only front ones).


How to change default soundcard

  • View available soundcards
sudo asoundconf list
  • You should get something like this
Names of available sound cards:
  Live
  V8237
  • Switch soundcard with 'example' being the name of the preferred soundcard
sudo asoundconf set-default-card example

Misc

How to list PCI devices

lspci


How to install a Wacom tablet

For a detailed guide with screenshots about how to configure the "Extended input devices" in your graphic applications, please follow the official Dapper guide at https://wiki.ubuntu.com//Wacom

With the version of the Linux Wacom driver (0.7.2) in Ubuntu 6.06 Dapper Drake, if you unplug you tablet, it won't function when you plug it back in and you will have to restart X. For this reason, it is best to leave the tablet plugged in. This limitation will be removed when the 0.7.4 version of the driver is included in Ubuntu.

  • 1. Using Synaptic package manager, check if the packages xserver-xorg-input-wacom and wacom-tools are already installed - if not, install them. If you prefer using the command line, you can also execute :
     sudo apt-get install xserver-xorg-input-wacom wacom-tools
  • 2. Save a copy of your /etc/X11/xorg.conf :
      sudo cp /etc/X11/xorg.conf /etc/X11/xorg.conf.backup
  • then edit it with the command line :
      gksudo gedit /etc/X11/xorg.conf
  • and change all /dev/wacom occurences into /dev/input/wacom (created by wacom-tools udev scripts), then save the file.
  • You should be ready to go after you have restarted X. Remember to configure the "Extended input devices" in your graphic applications (Gimp, Inkscape), however you can already check if it's working by moving your stylus on the tablet : the mouse cursor should go through the whole screen.

การจัดการกับ CD/DVD

วิธีการ format แผ่น CD-RW/DVD-RW

ต.ย. สมมติว่า /dev/cdrom เป็นที่ที่อ้างถึงไดร์ฟ CD/DVD-ROM
sudo umount /dev/cdrom
cdrecord dev=/dev/cdrom blank=fast

วิธี เขียน files/folders ใส่แผ่น CD/DVD

Places -> CD/DVD Creator
  • แดรก files/folders ไปใส่ใน window
File Menu -> Write to Disc... -> Write

วิธีเขียนไฟล์อิมเมจ (ISO) ใส่แผ่น CD/DVD

คลิกเม้าส์ปุ่มขวาบนไฟล์อิมเมจ (ISO) -> Write to Disc... -> Write

วิธีทำสำเนาแผ่น CD/DVD

วิธีสร้างไฟล์อิมเมจ (ISO) จากแผ่น CD/DVD

ต.ย. สมมติว่า /dev/cdrom เป็นที่ที่อ้างถึงไดร์ฟ CD/DVD-ROM
sudo umount /dev/cdrom
dd if=/dev/cdrom of=file.iso bs=1024

วิธีสร้างไฟล์อิมเมจ (ISO) จากโฟลเดอร์

mkisofs -r -o file.iso /path ของโฟลด์เดอร์ที่ต้องการจะทำเป็นอิมเมจ/

วิธีสร้างไฟล์ MD5 checksum

md5sum file.iso > file.iso.md5

วิธีตรวจสอบ MD5 checksum ของไฟล์

ต.ย. สมมติให้ไฟล์ file.iso และไฟล์ file.iso.md5 นั้นอยู่ในโฟลเดอร์เดียวกัน
md5sum -c file.iso.md5

วิธี mount/unmount ไฟล์อิมเมจ (ISO) โดยไม่ต้องเขียนใส่แผ่น

sudo mkdir /media/iso
sudo modprobe loop
sudo mount file.iso /media/iso/ -t iso9660 -o loop
  • การ unmount(อันเม้าท์) ไฟล์อิมเมจ (ISO)
sudo umount /media/iso/

วิธี กำหนด/เปลี่ยน ความเร็วในการเขียนแผ่น CD/DVD

/ -> apps -> nautilus-cd-burner -> default_speed (set/change the burn speed)

วิธีเปิดใช้งาน Burnproof ของไดร์ฟที่เขียนแผ่น CD/DVD

/ -> apps -> nautilus-cd-burner -> burnproof (Checked)

วิธีเปิดการใช้งานโอเวอร์เบิร์น(Overburn) สำหรับไดร์ฟที่เขียนแผ่น CD/DVD

/ -> apps -> nautilus-cd-burner -> overburn (Checked)

Networking

การตั้งค่า Google Talk

วิธีการ เปิด/ปิด การเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย

  • อ่าน #General Notes
  • System -> Administration -> Networking
  • Network settings
Connections Tab -> Select "Ethernet connection" -> Activate/Deactivate

How to configure network connections

  • Read #General Notes
  • System -> Administration -> Networking
  • Network settings
Connections Tab -> Select "Ethernet connection" -> Properties
Connection -> Enable this connection (Checked)
Connection Settings -> Configuration: Select "DHCP/Static IP address"
DNS Tab -> DNS Servers -> Add/Delete

How to configure dialup connections

sudo pppconfig
  • To connect dialup
sudo pon provider_name
  • To disconnect dialup
sudo poff

How to configure broadband connections

sudo pppoeconf

How to change computer name

  • Read #General Notes
  • System -> Administration -> Networking
  • Network settings
General Tab -> Host Settings -> Hostname: Specify the computer name 
  • Save and close all opened applications, Reboot computer

How to change computer descriptions

sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
gksudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
  server string = %h server (Samba, Ubuntu)
...
  • Replace with the following line
  server string = new_computer_descriptions
  • Save the edited file
sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to change computer Domain/Workgroup

sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
sudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
  workgroup = MSHOME
...
  • Replace with the following line
  workgroup = new_domain_or_workgroup
  • Save the edited file
sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to assign Hostname to local machine with dynamic IP using free DynDNS service

sudo apt-get install ipcheck
gksudo gedit /etc/ppp/ip-up.d/dyndns_update
  • Insert the following lines into the new file
 #!/bin/sh

 USERNAME=myusername
 PASSWORD=mypassword
 HOSTNAME=myhostname.dyndns.org

 cd /root/
 if [ -f /root/ipcheck.dat ]; then
  ipcheck -r checkip.dyndns.org:8245 $USERNAME $PASSWORD $HOSTNAME
 else
  ipcheck --makedat -r checkip.dyndns.org:8245 $USERNAME $PASSWORD $HOSTNAME
 fi
  • Save the edited file
sudo chmod 700 /etc/ppp/ip-up.d/dyndns_update
sudo sh /etc/ppp/ip-up.d/dyndns_update

How to share folders the easy way

Right click on folder -> Share folder
Shared folder -> Share with: Select "SMB"
Share properties -> Name: Specify the share name

How to browse network computers

e.g. Assumed that network connections have been configured properly
If computers or network folders could not be found, try access them directly
Read #How to access network folders without mounting
  • Places -> Network Servers

How to access network folders without mounting

e.g. Assumed that network connections have been configured properly
Network computer's IP: 192.168.0.1
Shared folder's name: linux
  • Press 'Alt+F2' (Run Application...) and enter:
smb://192.168.0.1/linux

How to mount/unmount network folders manually, and allow all users to read

e.g. Assumed that network connections have been configured properly
Network computer's IP: 192.168.0.1
Network computer's Username: myusername
Network computer's Password: mypassword
Shared folder's name: linux
Local mount folder: /media/sharename
  • To mount network folder
sudo mkdir /media/sharename
sudo mount //192.168.0.1/linux /media/sharename/ -o username=myusername,password=mypassword
  • To unmount network folder
sudo umount /media/sharename/

How to mount/unmount network folders manually, and allow all users to read/write

e.g. Assumed that network connections have been configured properly
Network computer's IP: 192.168.0.1
Network computer's Username: myusername
Network computer's Password: mypassword
Shared folder's name: linux
Local mount folder: /media/sharename
  • To mount network folder
sudo mkdir /media/sharename
sudo mount //192.168.0.1/linux /media/sharename/ -o username=myusername,password=mypassword,dmask=777,fmask=777
  • To unmount network folder
sudo umount /media/sharename/

How to mount network folders on boot-up, and allow all users to read

e.g. Assumed that network connections have been configured properly
Network computer's IP: 192.168.0.1
Network computer's Username: myusername
Network computer's Password: mypassword
Shared folder's name: linux
Local mount folder: /media/sharename
sudo mkdir /media/sharename
gksudo gedit /root/.smbcredentials
  • Insert the following lines into the new file
username=myusername
password=mypassword 
  • Save the edited file
sudo chmod 700 /root/.smbcredentials
sudo cp /etc/fstab /etc/fstab_backup
gksudo gedit /etc/fstab
  • Append the following line at the end of file
//192.168.0.1/linux    /media/sharename smbfs  credentials=/root/.smbcredentials    0    0

How to mount network folders on boot-up, and allow all users to read/write

e.g. Assumed that network connections have been configured properly
Network computer's IP: 192.168.0.1
Network computer's Username: myusername
Network computer's Password: mypassword
Shared folder's name: linux
Local mount folder: /media/sharename
sudo mkdir /media/sharename
gksudo gedit /root/.smbcredentials
  • Insert the following lines into the new file
username=myusername
password=mypassword
  • Save the edited file
sudo chmod 700 /root/.smbcredentials
sudo cp /etc/fstab /etc/fstab_backup
gksudo gedit /etc/fstab
  • Append the following line at the end of file
//192.168.0.1/linux    /media/sharename smbfs  credentials=/root/.smbcredentials,dmask=777,fmask=777  0    0

How to get ipw2200 and wpa to work

How to get ipw3945 and wep/wpa to work

See the daemon source and the Intel ipw3945 project page.

OR

  • Install the daemon using apt (recommended for new users):
sudo apt-get install linux-restricted-modules-generic
reboot your system and you should have wireless internet/network.

How to Configure and start PPTP tunnels (VPN)

OR
  • Install manually
wget -c http://linux.edu.lv/uploads/content/pptp.tar.gz
tar zxvf pptp.tar.gz
cd ./pptp/
sudo sh ./pptp/install
cd ..
  • To configure PPTP Client
gksudo gedit /usr/share/applications/pptpconfig.desktop
  • Replace content of this file with the following lines
[Desktop Entry]
Name=PPTP Client
Comment=Configure and start PPTP tunnels (VPN)
Categories=Application;Network
Encoding=UTF-8
Exec=gksudo pptpconfig
Icon=gnome-remote-desktop.png
StartupNotify=true
Terminal=false
Type=Application
  • The above lines change the default file in three ways: the application is placed in the Application/Internet category, gksudo will make the application run as superuser and we put a nice icon that appears in the menu.
  • Start the client with Applications -> Internet -> PPTP Client


EDIT You can use a different Method if you use NetworkManager

  • Configure VPN with Network Manager
sudo apt-get install network-manager-pptp

You have to restart after install.

To setup a VPN Click the NetworkManager Icon in the tray VPN Connections->Configure VPN Use the defaults and be sure to check the box: Refuse EAP under the Authentication tab. To get my connection to work I also had to check Require MPPE Encryption under Compression & Encryption

How to Configure Ubuntu/Kubuntu with WPA using Network-Manager

>> This section should probably be removed? Network manager w/ WPA support is standard in Feisty?

Ubuntu Dapper in typical cases can configure WPA to work out of the box with minimal hassle. You'll need to install network-manager.


For Ubuntu:

sudo apt-get install network-manager-gnome

For Kubuntu (will install knetworkmanager):

sudo apt-get install network-manager-kde

Logout/Reboot.

Ubuntu users should now see the NetworkManager Applet in the Gnome notification area. Kubuntu users will probably have to run knetworkmanager before they see NetworkManager in the systray.

If instead, you get a "The NetworkManager applet could not find some required resources. It cannot continue." message, then:

sudo gtk-update-icon-cache -f /usr/share/icons/hicolor

Once Network-Manager is installed, click on the NM icon in the notification area (default is at the top right of Ubuntu/Gnome). Choose your network, then enter your passphrase. Type a password for the keyring, and you're set.

If you don't see your network, click "Create New Wireless Network...", type your essid/networkname, then choose "WPA Personal" for wireless security.

  • Note: If you installed Kubuntu then installed ubuntu-desktop & network-manager-gnome, you may not be able to use network-manager in Gnome, if at all. In this case, you may have to use WPA Supplicant and do some manual editing of conf files to get WPA up and running.
  • Note: When you first log into Gnome/KDE, the keyring application will ask for a password. Future revisions of Network-Manager should resolve this.

How to setup a GPG key with Seahorse and Evolution

apt-get install seahorse
  • Applications > Accessories > Passwords and Encryption Keys
  • Key > Create New Key
  • Select "PGP Key", then fill out information. Ensure that you use your real email address.
  • Wait for key to finish generating.
  • You may now right-click on the key entry to export, sync or publish your key.
  • Evolution should now hopefully see the key transparently.

Remote Access

Remote Login via XDMCP

What is XDMCP?

GNOME windows can support several different users simultaniously. Unlike vncviewer that just duplicates the current screen on a remote system, XDMCP allows several different users to login and run different GNOME sessions at the same time. So if you have a fast computer runing Ubuntu, several users can use their slow machines to login and run heavy applications only available on the fast machine.

How to turn on the XDMCP feature

To turn on the XDMCP feature on the fast computer, click the menu

System -> Administration -> Login Window 

In the Login Window Preferences dialog window, select

Remote Tab -> Style: Same as Local ->  Close the dialog window -> Restart the PC
How to login from another PC running Ubuntu
1. Reboot the slow PC and stop at the login screen
2. Click Options at the lower left corner of the login screen
3. Select "Remote Login via XDMCP"
4. On the dialog window, type in the host name or ip of the fast computer you want to login to


Remote Desktop Sharing/Duplication via VNC

How to configure remote desktop (not secure)
Warning! Remote Desktop will only work if there's a GNOME login session
Leaving computer with an unattended GNOME login session is not secure
Use (System -> Lock Screen) and switch off the monitor when computer is left unattended
  • System -> Preferences -> Remote Desktop
  • Remote Desktop Preferences
Sharing ->
Allow other users to view your desktop (Checked)
Allow other users to control your desktop (Checked)
Security ->
Ask you for confirmation (Un-Checked)
Require the user to enter this password: (Checked)
Password: Specify the password
How to connect into remote Ubuntu desktop
e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have configured Remote Desktop
Read #How to configure remote desktop (not secure)
Remote Ubuntu machine: 192.168.0.1
vncviewer -fullscreen 192.168.0.1:0
  • To quit vncviewer
Press 'F8' -> Quit viewer
How to connect into remote Ubuntu desktop via Windows machine
e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have configured Remote Desktop
Read #How to configure remote desktop (not secure)
Remote Ubuntu machine: 192.168.0.1
  • If you have a router remember to open the appropiate port. The default one is 5900
This process is called port forwarding port forwarding
  • Download DotNetVNC: Here or RealVNC Here
this is a free DotNet version that require the DotNet framework available from microsoft here
The RealVNC website was created and maintained by the original developers of VNC during their time at AT&T. RealVNC comes in Free, Personal, and Enterprise editions - the latter two costing money.
  • Open the VNC client you have chosen, and insert the connection string formatted like this <LINUX BOX IP><:DESKTOP NUMBER>|<::PORT>
In example use: 192.168.1.2:0 or 192.168.1.2::5900 to connect to desktop 0, to connect to desktop 1 use 192.168.1.2:1 or 192.168.1.2::5901 and so on
How to connect into remote Ubuntu desktop via OSX
e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have configured Remote Desktop
Read #How to configure remote desktop (not secure)
Remote Ubuntu machine: 192.168.0.1
  • If you have a router remember to open the appropiate port the default one is 5900
This process is called port forwarding port forwarding
  • Download ChickenOfTheVNC: Here
  • Open ChickenOfTheVNC, and insert the host (IP address of remote machine), the display number (0 is default and is port 5900) and the password.
In example use: Host: 192.168.0.1, Display 0, Password: password

Windows

How to mount/unmount Windows partitions (NTFS) manually, and allow all users to read only


e.g. Assumed that /dev/hda1 is the location of Windows partition (NTFS)
Local mount folder: /media/windows
  • To mount Windows partition
sudo mkdir /media/windows
sudo mount /dev/hda1 /media/windows/ -t ntfs -o nls=utf8,umask=0222
  • To unmount Windows partition
sudo umount /media/windows/

How to mount/unmount Windows partitions (FAT) manually, and allow all users to read/write

e.g. Assumed that /dev/hda1 is the location of Windows partition (FAT)
Local mount folder: /media/windows
  • To mount Windows partition
sudo mkdir /media/windows
sudo mount /dev/hda1 /media/windows/ -t vfat -o iocharset=utf8,umask=000
  • To unmount Windows partition
sudo umount /media/windows/

How to mount Windows partitions (NTFS) on boot-up, and allow all users to read only

e.g. Assumed that /dev/hda1 is the location of Windows partition (NTFS)
Local mount folder: /media/windows
sudo mkdir /media/windows
sudo cp /etc/fstab /etc/fstab_backup
gksudo gedit /etc/fstab
  • Append the following line at the end of file
/dev/hda1    /media/windows ntfs  nls=utf8,umask=0222 0    0

How to mount Windows partitions (FAT) on boot-up, and allow all users to read/write

e.g. Assumed that /dev/hda1 is the location of Windows partition (FAT)
Local mount folder: /media/windows
sudo mkdir /media/windows
sudo cp /etc/fstab /etc/fstab_backup
gksudo gedit /etc/fstab
  • Append the following line at the end of file
/dev/hda1    /media/windows vfat  iocharset=utf8,umask=000  0    0

How to mount Windows partitions (NTFS) on boot-up, and allow users read and write access

Warning: The software you will use is still in Beta. You should not enable it on production machines

  • Applications -> Add/Remove -> search for 'NTFS', you should find NTFS Configuration Tool, install it.
  • Applications -> System Tools -> NTFS Configuration Tool -> Enable Write Support (depending on your device internal/external)

Security

What are the basic things I need to know about securing my Ubuntu

  • Read #General Notes
  • Ensure hard drive is first in BIOS boot-up sequence
    • To prevent trespassers from using Linux Installation CD which allows them to gain root user access
    • To prevent trespassers from using Linux Live CD (e.g. UBUNTU/KNOPPIX/MEPIS) which allows them to destroy/browse/share the entire hard drive
    • To prevent trespassers from installing another Operating System
  • Ensure a password is set for BIOS
    • To prevent trespassers from changing the BIOS boot-up sequence
  • Ensure computer is located at a secured place
    • To prevent trespassers from removing computer's hard drive which allows them to destroy/browse/share the entire hard drive from a different computer
    • To prevent trespassers from removing computer's on-board battery which resets the BIOS password
  • Ensure passwords used on the system cannot be easily guessed
    • To prevent trespassers from cracking password file using brute force attacks (e.g. John the Ripper)
    • Create password with minimum length of 8 characters
    • Create password with mixture of characters/numbers, and upper/lower case
    • Not create a password with just a single or just a typical union of main languages (english, german, french, spanish...) dictionary words
  • Ensure interactive editing control for GRUB menu is disabled
  • Ensure history listing is disabled in Console mode
  • Ensure Ctrl+Alt+Del is disabled in Console mode
  • Ensure interactive option is set for remove, copy and move of files/folders in Console mode
  • For day to day usage, login as a normal user
  • Disable root user account, use "sudo" instead
    • To reduce the amount of time spent with root privileges, and thus the risk of inadvertently executing a command as root
    • "sudo" provides a more useful audit trail (/var/log/auth.log)
    • Read #How to disable root user account
  • Install a Firewall
  • Perform vulnerability test

How to disable all interactive editing control for GRUB menu

  • Run This:
grub-md5-crypt 
Password: 
Retype password: 
$1$tumnZ1$xB/shuXs7MlawZXkLiBDV/
  • Backup your current configuration file
sudo cp /boot/grub/menu.lst /boot/grub/menu.lst_backup
gksudo gedit /boot/grub/menu.lst
  • Find this section
...
## password ['--md5'] passwd
# If used in the first section of a menu file, disable all interactive editing
# control (menu entry editor and command-line) and entries protected by the
# command 'lock'
# e.g. password topsecret
#   password --md5 $1$tumnZ1$xB/shuXs7MlawZXkLiBDV/
# password topsecret
...
  • Add the following line below it
password --md5 $1$tumnZ1$xB/shuXs7MlawZXkLiBDV/ (encrypted password above)
  • Find the section(s) that look like this (note the 'recovery mode' and the word 'single'):
...
title		Ubuntu, kernel 2.6.10-5-386 (recovery mode)
root		(hd0,1)
kernel		/boot/vmlinuz-2.6.10-5-386 root=/dev/hda2 ro single
initrd		/boot/initrd.img-2.6.10-5-386
savedefault
boot
...
  • Add lock between the title and root lines:
...
title		Ubuntu, kernel 2.6.10-5-386 (recovery mode)
lock
root		(hd0,1)
...
  • Save the edited file

This will make it so your grub console will require a password to edit the lines, and the recovery modes won't work unless the password is typed. To access the other grub options at the menu, follow the instructions at the bottom of the screen. It will be something like pressing p and typing your password.

How to disable history listing in Console mode

rm -f .bash_history
gedit ~/.bash_profile
  • Add the following:
export HISTFILESIZE=4
unset HISTFILE=5

# Change this to a reasonable number of lines to save, I like to save only 100.
export HISTSIZE=1

# Ignores duplicate lines next to each other
export HISTCONTROL=ignoredups

This will disable Bash history for the user, retaining keystroke history and recall to use while limiting recall history to 100 lines. This will also not record duplicate lines next to each other.

How to disable Ctrl+Alt+Del from restarting computer in Console mode

sudo cp /etc/inittab /etc/inittab_backup
gksudo gedit /etc/inittab
  • Find this line
...
ca:12345:ctrlaltdel:/sbin/shutdown -t1 -a -r now
...
  • Replace with the following line
#ca:12345:ctrlaltdel:/sbin/shutdown -t1 -a -r now
  • Save the edited file
sudo telinit q

How to enable prompt before removal/overwritten of files/folders in Console mode

sudo cp /etc/bash.bashrc /etc/bash.bashrc_backup
gksudo gedit /etc/bash.bashrc
  • Append the following lines at the end of file
alias rm='rm -i'
alias cp='cp -i'
alias mv='mv -i'
  • Save the edited file

How to setup a LoJack system for your laptop


What: Quote from Wikipedia: "LoJack is an aftermarket vehicle tracking system that allows cars to be tracked by police after being stolen. The manufacturer claims a 90% recovery rate. The name "LoJack" is a play on the word "hijack," meaning the theft of a vehicle through force."

Why: If your laptop is ever stolen and connected to the Internet. You will be able to find out from what IP it connects to the Internet from and contact the authorities.

How:

  • Get a free dynamic IP account from one of the many providers. Here we will use DynDNS.
sudo apt-get install ddclient 
  • Edit the configuration file /etc/ddclient.conf using you fevorite text editor (emacs, gedit, kedit or even vi)
sudo emacs /etc/ddclient.conf
  • Make it look like this:
# Configuration file for ddclient generated by debconf
#
# /etc/ddclient.conf
pid=/var/run/ddclient.pid
protocol=dyndns2
use=web
server=members.dyndns.org
login=YourNameHere
password='YourPasswordHere'
YourHostNameHere.gotmyip.com
NOTE:
* Make sure that you use the web IP detection method.
* Specify your own user id instead of the place holder YourNameHere.
* Specify your own password instead of the place holder YourPasswordHere, make sure to surround it with single quotes.
* The last line should specify the hostname you registered with the dynamic IP service.
  • You can now start the ddclient daemon, or wait until your next reboot.
sudo /etc/init.d/ddclient start
  • The hostname you registered with your dynamic IP service should be updated. You can test it with the ping command:
ping YourHostNameHere.gotmyip.com
Even if your laptop has a firewall that prevents pings the hostname should resolve to the IP of the network gateway that your laptop is connected to.
Now all that is left is for someone to steal your laptop.....

References:

เมนูบู๊ต

จะใช้สิทธิ root โดยไม่เข้าระบบอย่างไร

  • อ่านก่อนใช้งาน
  • วิธีง่ายที่สุด (จะใช้ไม่ได้หากตั้งรหัสผ่านเมนู GRUB ไว้)
    • บู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์
    • หากไม่ขึ้นเมนู GRUB ให้กด 'Esc' เพื่อเข้าเมนู
    • เลื่อนตัวเลือกไปที่
Ubuntu, kernel 2.6.10-5-386 (recovery mode)

วิธีแก้ไขอาร์กิวเมนต์การบู๊ตของเคอเนลเพื่อเข้าใช้สิทธิของรูท

  • อ่านก่อนใช้งาน
  • บู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์
  • หากเมนู GRUB ซ่อนไว้ ให้กด 'Esc' เพื่อเข้าเมนู GRUB
  • หากใส่รหัสเมนู GRUB ไว้ กด 'p' เพื่อปลดล็อคเมนู GRUB
  • เลือก
Ubuntu, kernel 2.6.10-5-386
  • กด 'e' เพื่อแก้ไขคำสั่งก่อนบู๊ต
  • เลือก
kernel /boot/vmlinuz-2.6.10-5-386 root=/dev/hda2 ro quiet splash
  • กด 'e' เพื่อแก้ไขคำสั่งที่เลือกไว้ในลำดับการบู๊ต
  • เพิ่ม "rw init=/bin/bash" ต่อท้ายอาร์กิวเมนต์ จะได้ประมาณ
grub edit> kernel /boot/vmlinuz-2.6.10-5-386 root=/dev/hda2 ro quiet splash rw init=/bin/bash
  • กด 'b' เพื่อบู๊ต

How to use Ubuntu Installation CD, to gain root user access

  • Read #General Notes
  • Boot-up computer into Ubuntu Installation CD
  • At "boot:" prompt, add "rescue" to the argument
boot: rescue
  • Follow the instructions on screen

How to change root user/main user password if forgotten

# passwd root
  • To change main user password
# passwd system_main_username

How to change GRUB menu password if forgotten

grub
grub> md5crypt
Password: ****** (ubuntu)
Encrypted: $1$ZWnke0$1fzDBVjUcT1Mpdd4u/T961 (encrypted password)
grub> quit
sudo cp /boot/grub/menu.lst /boot/grub/menu.lst_backup
gksudo gedit /boot/grub/menu.lst
  • Find this line
...
password --md5 $1$gLhU0/$aW78kHK1QfV3P2b2znUoe/
...
  • Replace with the following line
password --md5 $1$ZWnke0$1fzDBVjUcT1Mpdd4u/T961 (encrypted password above)
  • Save the edited file

How to restore GRUB menu after Windows installation

Super Grub Disk
Grub

If you have booted your linux distro with Super Grub Disk, or a live CD and want to restore your grub, follow the below instructions:

  • As root (or with sudo), type grub
  • When at the grub prompt, type find /boot/grub/stage2
  • This will return something like (hd0,2)
  • To setup the boot partition boot type root (hd0,2). This is the harddrive and the partition your linux is installed on...
  • And then to configure grub type setup (hd0)
  • Now you're done, so exit with quit

How to identify the name of the boot drive (hd0, hd1, hd2, etc)

Press "c" on boot menu. If you don't see a boot menu, press ESC key first when booting to show the boot menu.

Type:

root (hd0,0)

Most likely you will get "(hd0,0) ext2fs", which should be your current Linux drive. Now change hd0 to hd1 to see what is there.

root (hd1,0)

If you get "(hd1,0) filesystem type unknown, partition type 0x7", then hd1 is a Windows drive.

Now change hd1 to hd2, keep going until you reach hd7.

How to add Windows entry into GRUB menu

e.g. Assumed that /dev/hda1 is the location of Windows partition
sudo cp /boot/grub/menu.lst /boot/grub/menu.lst_backup
gksudo gedit /boot/grub/menu.lst
  • Append the following lines at the end of file
title		Microsoft Windows
root		(hd0,0)
savedefault
makeactive
chainloader	+1
  • Save the edited file


How to boot into Windows installed on a seperate SATA drive

This configuration applies to people who have Linux installed on a IDE drive, and Windows installed on a seperate SATA. The IDE drive boots first, so we need to add an entry to the boot menu on the Linux disk. Here we assume the name of your Windows drive is hd1. If you are not sure, click the link above to find out.

sudo cp /boot/grub/menu.lst /boot/grub/menu.lst_backup
gksudo gedit /boot/grub/menu.lst
  • Append the following lines at the end of file.
title           Windows XP on SATA drive
map (hd0) (hd1)
map (hd1) (hd0)
chainloader (hd1,0)+1
  • Save the edited file

How to read Linux partitions (ext2, ext3) in Windows machine

OR

Read Ubuntu:Edgy/GeneralNotes

How to enable lame for FFMPEG (needed to encode FLV with sound)

KINO FLVs silent? You need to recompile FFMPEG with LAME enabled. FFMPEG can be installed via apt-get as a package, but is not able encode MP3, which is the audio stream in FLV video (like Google & YouTube).

  • Read #How to add extra repositories
  • Ensure Ubuntu Universe repository is not preceded by # in /etc/apt/sources.list
  • Download and install lame liblame-dev and gcc packages (mp3 encoder + GNU compiler collection)
sudo apt-get build-dep ffmpeg
sudo apt-get install liblame-dev libfaad2-dev libfaac-dev libxvidcore4-dev liba52-0.7.4 \
liba52-0.7.4-dev libx264-dev checkinstall build-essential gcc
  • Download and extract FFMPEG source to current working directory
sudo apt-get source ffmpeg
  • Compile FFMPEG from source
cd ffmpeg-*
sudo ./configure --enable-gpl --enable-pp --enable-vorbis --enable-libogg \
--enable-a52 --enable-dts --enable-dc1394 --enable-libgsm --disable-debug \
--enable-mp3lame --enable-faad --enable-faac --enable-xvid --enable-pthreads \
--enable-x264

maybe try instead = 
sudo ./configure --enable-gpl --enable-pp --enable-libvorbis --enable-libogg \
--enable-liba52 --enable-libdts --enable-dc1394 --enable-libgsm --disable-debug \ 
--enable-libmp3lame --enable-libfaad --enable-libfaac --enable-xvid --enable-pthreads \
--enable-x264


sudo make
sudo checkinstall [accept defaults, set version to 3:0.cvs20060823-3.1ubuntu2]

If an application you are using employs FFMPEG to encode FLV, it should now work properly. You can also call FFMPEG directly from the command line. The extension/suffix of the outfile tells FFMPEG which audio or video format to encode to.

ffmpeg [-i infile] [outfile]

How to enable smooth fonts

gedit ~/.fonts.conf
  • Paste in this text:
<?xml version=”1.0” ?>
<!DOCTYPE fontconfig SYSTEM “fonts.dtd”>
<fontconfig>
<match target=”font”>
<edit name=”autohint” mode=”assign”>
<bool>true</bool>
</edit>
</match>
</fontconfig>
  • You’ll have to log out and back in to see the difference.

How to restart GNOME without rebooting computer

  • Save and close all opened applications
Press 'Ctrl + Alt + Backspace'

or
sudo /etc/init.d/gdm restart
or
If these tips did not help read #System requests (What to do if your system is unresponsive)

How to turn on Num Lock on GNOME startup

sudo aptitude install numlockx
sudo cp /etc/X11/gdm/Init/Default /etc/X11/gdm/Init/Default_backup
gksudo gedit /etc/X11/gdm/Init/Default
  • Find this line
...
exit 0
  • Add the following lines above it
if [ -x /usr/bin/numlockx ]; then
 /usr/bin/numlockx on
fi

How to remap the Caps Lock key as another Control key

gksudo gedit /etc/console-tools/remap

In the Console

  • Change
#s/keycode  58 = Caps_Lock/keycode  58 = Control/;

to

s/keycode  58 = Caps_Lock/keycode  58 = Control/;
  • Save your work
sudo /etc/init.d/console-screen.sh
  • Try using it

In X Windows

gksudo gedit ~/.Xmodmap
  • Add this:
keycode 66 = Control_L
clear Lock
add Control = Control_L

  • Now, apply the changes.
xmodmap ~/.Xmodmap
  • To apply them on startup
    • If ~/.xinitrc does not exist,
cp /etc/X11/xinit/xinitrc ~/.xinitrc
  • In all cases
gedit ~/.xinitrc
  • Make the first line this:
xmodmap ~/.Xmodmap
  • Restart X (Ctrl - Alt - Backspace)
  • Log In, a dialog should pop up, add .Xmodmap to the left side with the add button, and Save.

How to run programs on startup when login into GNOME

  • System -> Preferences -> Sessions
  • Sessions
Startup Programs Tab -> Add/Edit/Delete

How to speed-up your Ubuntu box

How to switch to Console mode in GNOME

  • To switch to Console mode
Press 'Ctrl + Alt + F1' (F2 - F6)
  • To switch between consoles in Console mode
Press 'Alt + F1' (F2 - F6)
  • To switch back to GNOME mode
Press 'Alt + F7'

How to disable Ctrl+Alt+Backspace from restarting X in GNOME and KDE 3.5.x

sudo cp /etc/X11/xorg.conf /etc/X11/xorg.conf_backup
gksudo gedit /etc/X11/xorg.conf
  • Append the following lines at the end of file
Section "ServerFlags"
	Option		"DontZap"		"yes"
EndSection

How to enable Ctrl+Alt+Del to open System Monitor in GNOME

gconftool-2 -t str --set /apps/metacity/global_keybindings/run_command_9 "<Control><Alt>Delete"
gconftool-2 -t str --set /apps/metacity/keybinding_commands/command_9 "gnome-system-monitor"

How to refresh GNOME desktop

killall nautilus

How to refresh GNOME panel

killall gnome-panel


How to enable autosave in Gedit and disable creation of some_file~ files

  • Applications -> System Tools -> Configuration Editor
  • Configuration Editor
/ -> apps -> gedit-2 -> preferences -> editor -> save -> create_backup_copy (Unchecked)
/ -> apps -> gedit-2 -> preferences -> editor -> save -> auto_save (Checked)

How to show all hidden files/folders in Nautilus

  • Places -> Home Folder
  • To temporary show all hidden files/folders in Nautilus
Press 'Ctrl + H'
  • To permanently show all hidden files/folders in Nautilus
Edit Menu -> Preferences
Views Tab -> Default View -> Show hidden and backup files (Checked)

How to browse files/folders as root user in Nautilus

  • To install File Browser (Root)
gksudo gedit /usr/share/applications/Nautilus-root.desktop
    • Insert the following lines into the new file
[Desktop Entry]
Name=File Browser (Root)
Comment=Browse the filesystem with the file manager
Exec=gksudo "nautilus --browser %U"
Icon=file-manager
Terminal=false
Type=Application
Categories=Application;System;
  • To browse files/folders as root user in Nautilus
    • Applications -> System Tools -> File Browser (Root)

How to install a "View in Terminal" Menu for Nautilus

sudo aptitude install nautilus-open-terminal
  • Nautilus -> Right-click on folder or background -> Open in Terminal

How to change default file type "Open with" program

Right click on file -> Properties
Open With Tab -> Add
Select "Open with" program
Select "Open with" program (Checked)

How to change preferred email client to Mozilla Thunderbird

Mail Reader Tab -> Default Mail Reader -> Command: mozilla-thunderbird %s

How to open files as root user via right click

gedit $HOME/.gnome2/nautilus-scripts/Open\ as\ root
  • Insert the following lines into the new file
for uri in $NAUTILUS_SCRIPT_SELECTED_URIS; do
	gksudo "gnome-open $uri" &
done
  • Save the edited file
chmod +x $HOME/.gnome2/nautilus-scripts/Open\ as\ root

Right click on file -> Scripts -> Open as root

How to disable beep sound in Terminal mode

Not for Dapper---- firingstone

  • Applications -> Accessories -> Terminal
  • Terminal
Edit Menu -> Current Profile...
General Tab -> General -> Terminal bell (Un-Checked)

How to handle mms protocol in Mozilla Firefox


  • Open your firefox.
  • Type as url: about:config

Now just right click somewhere into the main window. A little box with options to choose will appear. Choose "new", then "string". Then copy the following line into the appearing text field:

network.protocol-handler.app.mms

Into the next text field copy this:

/usr/bin/X11/vlc

Now you do the same thing again, but this time you do not choose "string" but "boolean", and the line to copy is:

network.protocol-handler.external.mms

Then set

true

How to handle rtsp (realmedia) protocol in Mozilla Firefox


  • Open your firefox.
  • Type as url: about:config

Now just right click somewhere into the main window. A little box with options to choose will appear. Choose "new", then "string". Then copy the following line into the appearing text field:

network.protocol-handler.app.rtsp

Into the next text field copy this:

/usr/bin/X11/realplay

Now you do the same thing again, but this time you do not choose "string" but "boolean", and the line to copy is:

network.protocol-handler.external.rtsp

Then set

true

How to load Web site faster in Mozilla Firefox

  • Applications -> Internet -> Firefox Web Browser
  • Mozilla Firefox
Address Bar -> about:config
Filter: ->
network.dns.disableIPv6 -> true
network.http.pipelining -> true
network.http.pipelining.maxrequests -> 8
network.http.proxy.pipelining -> true
  • Restart Mozilla Firefox

How to disable beep sound for link find function in Mozilla Firefox

  • Applications -> Internet -> Firefox Web Browser
  • Mozilla Firefox
Address Bar -> about:config
Filter: -> accessibility.typeaheadfind.enablesound -> false
  • Restart Mozilla Firefox

How to apt-get the easy way (Synaptic)

  • Step By Step Synaptic Package Manager Tutorials with Screenshots
  • System -> Administration -> Synaptic Package Manager
  • To enable the extra Universe and Multiverse repositories
    1. Settings -> Repositories
    2. In the Installation Media tab, click Add. There are three separate repositories; Dapper Drake, Security Updates and Updates. Select each repository and check Officially supported, Restricted copyright, Community maintained (Universe) and Non-free (Multiverse). Ensure you click OK between each repository to save your changes
    3. You should now see those three repositories under Channels. Make sure Officially supported, Restricted copyright, Community maintained (Universe) and Non-free (Multiverse) appears under each repository
  • To add backports and PLF (new versions of many applications. Unsupported. May contain illegal packages. Use at own risk.)
    1. Settings -> Repositories
    2. Click on Add and then Custom
    3. Paste the following four lines into the box and click Add Repository, one line at a time:
deb http://archive.ubuntu.com/ubuntu edgy-backports main restricted universe multiverse
deb-src http://archive.ubuntu.com/ubuntu edgy-backports main restricted universe multiverse
deb http://medibuntu.sos-sts.com/repo/ edgy free
deb http://medibuntu.sos-sts.com/repo/ edgy non-free
deb-src http://medibuntu.sos-sts.com/repo/ edgy free
deb-src http://medibuntu.sos-sts.com/repo/ edgy non-free
  • To refresh the list of known packages (equivalent to apt-get update)
Edit Menu -> Reload Package Information
  • To install all possible upgrades (equivalent to aptitude upgrade)
Edit Menu -> Mark All Upgrades... -> Default Upgrade
Edit Menu -> Apply Marked Changes
  • To search for a package (equivalent to aptitude search package_name)
Edit Menu -> Search... Specify the package name
  • To install the selected package (equivalent to aptitude install package_name)
Select "package_name"
Package Menu -> Mark for Installation
Edit Menu -> Apply Marked Changes
  • To remove installed package (equivalent to aptitude remove package_name)
Select "package_name"
Package Menu -> Mark for Removal
Edit Menu -> Apply Marked Changes

What packages do the extra repositories provide

  • The PLF repository provides
    1. DVD playback support (libdvdcss2)
    2. Skype
    3. Sun Java SDK (Software Development Kit) and JRE (Java Runtime Environment)
    4. Opera Web browser
    5. RealPlayer 10
    6. Win32 binary multimedia codecs

How to install/uninstall .deb files

  • To install .deb file
sudo dpkg -i package_file.deb
  • To uninstall .deb file
sudo dpkg -r package_name

How to find out which version of a package I have installed

dpkg -l packagename

How to convert .rpm files to .deb files

sudo alien -d package_file.rpm

How to compile .deb files from source

  • Read #How to add extra repositories
  • There are various programs available to help automate the process of create .deb files from source. For more information, see the links at the end of this section. A basic well tested method is described here.
  • Install the necessary software to build the source (build-essential may be all that is necessary, though there may be other dependencies) and checkinstall (which creates deb files).
sudo aptitude install checkinstall build-essential
  • In the directory where you have extracted the source, after you have run ./configure and make you can create a .deb file and install it with either of the following commands. The second -D option creates a .deb file in the directory that you can share with others or install without needing the source.
sudo checkinstall

or

sudo checkinstall -D

How to rename all files in directory at once

  • To install "mvb" file name renamer
wget -c http://easylinux.info/uploads/mvb_1.6.tgz
sudo tar zxvf mvb_1.6.tgz -C /usr/share/
sudo chown -R root:root /usr/share/mvb_1.6/
sudo ln -fs /usr/share/mvb_1.6/mvb /usr/bin/mvb

  • To rename all files in directory at once
mvb NEW_NAME

How to manipulate all image files in directory at once

sudo aptitude install imagemagick
wget -c http://easylinux.info/uploads/bbips.0.3.2.sh
sudo cp bbips.0.3.2.sh /usr/bin/bbips
sudo chmod 755 /usr/bin/bbips
  • To manipulate all image files in directory at once
bbips

How to set System-wide Environment Variables

sudo cp -p /etc/profile /etc/profile_backup
gksudo gedit /etc/profile
  • Append the System-wide Environment Variables at the end of file
  • Save the edited file

How to save "man" outputs into files

man command | col -b > file.txt

How to hide GRUB menu on boot-up

sudo cp /boot/grub/menu.lst /boot/grub/menu.lst_backup
gksudo gedit /boot/grub/menu.lst

  • Find this line
...
#hiddenmenu
...
  • Replace with the following line
hiddenmenu
  • Save the edited file

How to change the timeout seconds for GRUB menu on boot-up

sudo cp /boot/grub/menu.lst /boot/grub/menu.lst_backup
gksudo gedit /boot/grub/menu.lst
  • Find this line
...
timeout     3
...
  • Replace with the following line
timeout     X_seconds
  • Save the edited file

How to change default Operating System boot-up for GRUB menu

sudo cp /boot/grub/menu.lst /boot/grub/menu.lst_backup
gksudo gedit /boot/grub/menu.lst
  • Find this line
...
default     0
...
  • Replace with the following line
default     X_sequence
  • Save the edited file

How to display Splash Image for GRUB menu on boot-up

e.g. Assumed that hd0,1 is the location of Ubuntu boot partition
wget -c http://easylinux.info/uploads/ubuntu.xpm.gz
chmod 644 ubuntu.xpm.gz
sudo mkdir /boot/grub/images
sudo cp ubuntu.xpm.gz /boot/grub/images/
sudo cp /boot/grub/menu.lst /boot/grub/menu.lst_backup
gksudo gedit /boot/grub/menu.lst
  • Find this section
# menu.lst - See: grub(8), info grub, update-grub(8)
#      grub-install(8), grub-floppy(8),
#      grub-md5-crypt, /usr/share/doc/grub
#      and /usr/share/doc/grub-doc/.
...
  • Add the following line below it
splashimage (hd0,1)/boot/grub/images/ubuntu.xpm.gz
NOTE: If you have seperate boot partition use this line: splashimage (hd0,1)/grub/images/ubuntu.xpm.gz
  • Save the edited file

How to convert Wallpaper to Splash Image for GRUB menu

e.g. Assumed that wallpaper.png is the Wallpaper to be converted to Splash Image
splashimage.xpm.gz is the Splash Image for GRUB menu
ImageMagick is installed
convert -resize 640x480 -colors 14 wallpaper.png splashimage.xpm && gzip splashimage.xpm

How to display only one kernel on GRUB menu

sudo cp /boot/grub/menu.lst /boot/grub/menu.lst_backup-`date +%F`
gksudo gedit /boot/grub/menu.lst
  • Find this line
...
# howmany=all
...
  • Replace with the following line
# howmany=1

Where 1 means to keep the last kernel, 2 to keep the last 2 kernels, etc. Do not delete the # symbol. The menu will be updated once a new kernel will be updated by the system, not before.

  • Save the edited file

How to force GDM to system beep when login screen ready

  • This is useful on computers where headphones are usually plugged in, allowing them to utilize the speakers for this attention-getting task.
echo foo >> ~/foo.wav
  • System -> Administration -> Login Window -> Accessibility

Now make sure the "Login Screen Ready" check mark is checked. Click on the folder icon and navigate to your home folder and select "foo.wav".

rm foo.wav

The drop down menu should now say "(None)"

How to temporary skip boot-up services

Press 'Ctrl + C'

Clean up Ubuntu GNU/Linux System

How to permanently disable/enable boot-up services

How to clean /tmp/ folder contents on shutdown

sudo cp /etc/init.d/sysklogd /etc/init.d/sysklogd_backup
gksudo gedit /etc/init.d/sysklogd
  • Find this section
...
 stop)
  log_begin_msg "Stopping system log daemon..."
  start-stop-daemon --stop --quiet --oknodo --exec $binpath --pidfile $pidfile
  log_end_msg $?
...
  • Add the following line below it
  rm -fr /tmp/* /tmp/.??*
  • Save the edited file

How to scroll up and down to view previous outputs in Console mode

  • To scroll up to view previously outputs
Press 'Shift + Page Up'
  • To scroll down to view previously outputs
Press 'Shift + Page Down'

How to find out which version of Ubuntu I am using

cat /etc/issue

How to set up (automatic) background/wallpaper-changer application for GNOME

  • To install the script into a different location than your home directory, replace "~" with your path
cd ~
wget http://members.chello.at/horst.jens/files/wallpaperchanger.py
chmod +x wallpaperchanger.py
~/wallpaperchanger.py
gedit ~/.wallpaperchanger/wallpaperchangerconfig.py
  • Edit all the lines not beginning with an "#" according to your needs. Save the file and close gedit.
  • To create an menu entry for wallpaperchanger:
Click the menuitems: Applications -> Accessoires -> Alacarte Menu Editor -> File -> New Entry:
Name: wallpaperchanger
command: ~/wallpaperchanger.py

  • To change desktop background every time you reboot your computer:
Click the menuitems: System -> Preferences -> Session -> Startup Programs -> Add:
~/wallpaperchanger.py

How to set up automatic background change (KDE)

  • Go to K-menu -> System Settings -> Desktop -> Background
  • Choose Slide Show
  • Press Setup...
  • Press Add... to add pictures you wish to see as desktop background
  • Set 'Change picture after' to desired picture rotation interval.
  • Press 'OK'

How to add keyboard layouts for other languages

  • Go to System -> Preferences -> Keyboard
  • Choose Layouts
  • Press Add... to add the secondary keyboard layout. It is simpler to have two layouts; the maximum is currently four for Xorg.
  • Choose Layout Options
  • Expand option Group Shift/Lock behaviour
  • Choose the key combination that enables you to switch between keyboard layouts. The default is by pressing both Alt keys at the same time. A common alternative is to use Alt+Shift.
  • Press Close.

See #How to add the Keyboard (Layout) Indicator applet to add the Keyboard Indicator applet.

How to add keyboard layouts toggle for other languages (Xfce)

  • use *.lst files on /etc/X11/xkb/rules to select 2nd_laguage_code
setxkbmap -option grp:switch,grp:alt_shift_toggle,grp_led:scroll us,2nd_laguage_code
  • you can add it to a startup file, which will be set to be executed on startup, with the following lines (remember to 'chmod +x' the file):
#!/bin/tcsh
setxkbmap -option grp:switch,grp:alt_shift_toggle,grp_led:scroll us,il

How to add the Keyboard (Layout) Indicator applet

  • Right-click on empty space on the top panel so that you see the pop-up menu.
  • Click Add to Panel...
  • Choose Keyboard Indicator (it is under the Utilities section, at the end)

The Keyboard Indicator applet appears on the panel. The default language should be USA for U.S. English. You can either right-click on this applet for more options or see above on how to configure.

How to type extended characters

  • Add the keyboard layout US English International (with dead keys)
  • Make US English International (with dead keys) the default keyboard layout.

The key marked ['"] is now a dead key. When you press it, nothing happens. However if you press a consonant immediately afterwards, the consonant appears with an accent.

  • ' + a = á
  • ' + e = é
  • and so on for i-í, o-ó, y-ý, c-ć, z-ź, n-ń, l-ĺ, u-ú, r-ŕ
  • " + a = ä
  • " + e = ë
  • and so on for y-ÿ, u-ü, i-ï, o-ö

Similarly, ` and a consonant generates à, è, ù, ì, ò. Similarly, ~ and a consonant generates ã, ũ, ĩ, õ, ñ.

To type ' and ", press RightAlt+' and RightAlt+" respectively. To type ' and ", you may also press '+<space> and "+<space> respectively.

There are more characters available by keeping RightAlt pressed and typing a character. Therefore,

  • RightAlt+q = ä
  • RightAlt+w = å
  • RightAlt+e = é
  • RightAlt+r = ®
  • RightAlt+t = þ
  • RightAlt+y = ü
  • RightAlt+u = ú
  • RightAlt+i = í
  • RightAlt+o = ó
  • RightAlt+p = ö
  • RightAlt+[ and ] for « and » respectively.
  • RightAlt+a = á
  • RightAlt+s = ß
  • RightAlt+d = ð
  • RightAlt+l = ø
  • RightAlt+; = ¶
  • RightAlt+: = °
  • RightAlt+z = æ
  • RightAlt+c = ©
  • RightAlt+n = ñ
  • RightAlt+m = µ
  • RightAlt+, = ç
  • RightAlt+/ = ¿
  • RightAlt+1 = ¡
  • RightAlt+2 = ²
  • RightAlt+3 = ³
  • RightAlt+4 = ¤
  • RightAlt+5 = €
  • RightAlt+6 = ¼
  • RightAlt+7 = ½
  • RightAlt+8 = ¾
  • RightAlt+9 = ‘
  • RightAlt+0 = ’
  • RightAlt+- = ¥
  • RightAlt+= = ×
  • RightAlt+! = ¹
  • RightAlt+@, then o = ő (and Ő).
  • RightAlt+#, then a = ā (and Ā). Similarly for ēĒ, ūŪ, īĪ, ōŌ.
  • RightAlt+$ = £
  • RightAlt+% =
  • RightAlt+^ =
  • RightAlt+& =
  • RightAlt+*, then a = ą (and Ą). Similarly for ęĘ, įĮ.
  • RightAlt+(, then a = ă (and Ă)
  • RightAlt+(, then g = ğ (and Ğ)
  • RightAlt+), then a = å (and Å)
  • RightAlt+_ =
  • RightAlt++ = ÷

How to set the Compose key to type special characters

  • Click System, Preferences, Keyboard.
  • Under Layout Options, expand on Compose key position.
  • Choose Right-Win key is compose, click Close.

Now you can type extended characters using the RightWin key (next to AltGr), according to this keyboard settings file. Specifically, the lines that start with GDK_Multi_key are those that we can use here. The Compose key is actually GDK_Multi_key.

Some examples,

  • RightWin + C + = produces €
  • RightWin + = + C produces €
  • RightWin + C + O produces ©
  • RightWin + O + C produces ©
  • RightWin + a + ' produces á
  • RightWin + a + " produces ä
  • RightWin + a + ` produces à
  • RightWin + a + ~ produces ã
  • RightWin + a + * produces å
  • RightWin + a + ^ produces â
  • RightWin + a + > produces â
  • RightWin + a + , produces ą
  • RightWin + e + - produces ē
  • RightWin + S + 1 produces ¹
  • RightWin + S + 2 produces ²
  • RightWin + S + 3 produces ³

How to install ubuntu-title font used in Ubuntu logo

sudo aptitude install ttf-ubuntu-title

Now you can use this font in your favorite applications

How to associate Adobe Reader with files in Nautilus

Now when you double-click on a .pdf file, it will be opened with Adobe Reader.

How to print from Adobe Reader

/usr/bin/lp -d FS-1010

How to pull apart and combine pdf files

sudo aptitude install pdftk
cd
mkdir bin
cd bin
gedit pdftk_burst
  • add the following text to pdftk_burst:
#!/bin/bash
cd ${1%/*}
/usr/bin/pdftk "$1" burst
rm doc_data.txt
  • save and close pdftk_burst
gedit pdftk_cat
  • add the following text to pdftk_cat:
#!/bin/bash
cd ${1%/*}
outfile="00out.pdf"
if [ -f $outfile ] ; then
    rm -f $outfile
fi
/usr/bin/pdftk *.pdf cat output $outfile
  • save and close pdftk_cat
chmod u+x pdftk_burst pdftk_cat
  • open Nautilus (Places -> Desktop) and browse to a .pdf file
  • right-click the .pdf file, select Properties, go to the Open With tab, click Add, click Use a Custom Command, click Browse, browse to pdftk_burst. Do the same with pdftk_cat.

Now, when you right-click on a .pdf file, you'll get two extra options:

  • Open With -> pdftk_burst which will convert a 30 page pdf file to 30 x 1 page pdf files
  • Open With -> pdftk_cat which will join together all the pdf files in the same directory, and create a file called 00out.pdf

Note: this won't work with pdfs with any type of protection - read man pdftk for more command line options.

How to remove jedit when Synaptic package manager fails after install

sudo dpkg --remove --force-depends --force-remove-reinstreq jedit

Now, you can use your Synaptic package manager again.

วิธีแปลแก่นของระบบปฏิบัติการในแบบฉบับอูบุนตูแท้ ๆ (How to compile a kernel the Ubuntu Way) ให้อ่านลิงค์ข้างล่างนี้ครับ

http://www.howtoforge.com/kernel_compilation_ubuntu

System requests (What to do if your system is unresponsive)

You can "talk" to the kernel directly via system requests: Press "ALT" + "sysreq-key" + "one of the keys" listed below (The sysreq-key is also known as the 'print screen' key):

(Taken from /usr/src/linux/Documentation/sysrq.txt)

  • 'r' - Turns off keyboard raw mode and sets it to XLATE.
  • 'k' - Secure Access Key (SAK) Kills all programs on the current virtual console.
  • 'b' - Will immediately reboot the system without syncing or unmounting your disks.
  • 'c' - Will perform a kexec reboot in order to take a crashdump.
  • 'o' - Will shut your system off (if configured and supported).
  • 's' - Will attempt to sync all mounted filesystems.
  • 'u' - Will attempt to remount all mounted filesystems read-only.
  • 'p' - Will dump the current registers and flags to your console.
  • 't' - Will dump a list of current tasks and their information to your console.
  • 'm' - Will dump current memory info to your console.
  • 'v' - Dumps Voyager SMP processor info to your console.
  • '0'-'9' - Sets the console log level, controlling which kernel messages will be printed to your console. ('0', for example would make it so that only emergency messages like PANICs or OOPSes would make it to your console.)
  • 'f' - Will call oom_kill to kill a memory hog process
  • 'e' - Send a SIGTERM to all processes, except for init.
  • 'i' - Send a SIGKILL to all processes, except for init.
  • 'l' - Send a SIGKILL to all processes, INCLUDING init. (Your system will be non-functional after this.)
  • 'h' - Will display help ( actually any other key than those listed above will display help. but 'h' is easy to remember :-)

Note that you may have to enable system requests. Read "/usr/src/linux/Documentation/sysrq.txt" for details. By default it is enabled though.

How to add locales to Ubuntu the command line way

  • Open up a terminal
  • Generate a /var/lib/locales/supported.d/local from /usr/share/i18n/SUPPORTED:
cat /usr/share/i18n/SUPPORTED | grep "en\|ru" > /var/lib/locales/supported.d/local

This example shows all Russian (ru) and English (en) locales being chosen. Look through /usr/share/i18n/SUPPORTED to find the ones for you, then put them in a list, replacing en\|ru and separating each language with a \| (backslash, bar). If you only want one language, just put it in quotes.

  • Then regenerate all of the locales:
dpkg-reconfigure locales
  • Then set your locale:
update-locale LANG=en_US.UTF-8

In this step, make sure to choose the language and country that you would like your computer to think it is in. Here, I choose en_US, the United States version of English. Once again, look at your /var/lib/locales/supported.d/local or /usr/share/i18n/SUPPORTED for the one right for you. You may also want to research locales, using the Internet.

That was easy, now the command
lxterm
will open up the Unicode version of xterm or your translated software will display things properly, like vim.

How to set default Terminal App window size

The size for a gnome terminal session can be passed through the geometry parameter, specifying columns and rows like 80x40. The default geometry is 80x25.

  • First way is to add the following parameter to gnome-terminal launcher:
--geometry 100x40
  • Other way is to change this parameter globaly for all gnome-terminal launcher's. Go to /usr/share/applications/gnome-terminal.desktop and edit the EXEC line like this:
Exec=gnome-terminal --geometry=120x30

Using VI editor

A few very simple tricks of using basic but strong unix editor called vi can be found here.

อยากดูภาพยนตร์จากแผ่นดีวีดี จะทำอย่างไร (How to play DVD's)

  • ขั้นตอนแรก : ขอให้แน่ใจว่าได้เลือกแหล่งซอฟต์แวร์ที่เป็น universe และ multiverse ใน Synaptic Package Manager ในเมนู Administrator ไว้แล้ว repository.
  • ขั้นตอนต่อมา : ให้ติดตั้งโปรแกรมแปลงรหัส (codecs) ต่าง ๆ โดยพิมพ์คำสั่งที่ Terminal ดังนี้:
sudo aptitude install libdvdnav4 libdvdplay0 libdvdread3 libdvdcss2
  • ขั้นตอนสุดท้าย : ให้ใช้ totem-xine แทนที่จะเป็น "totem-gstreamer" ซึ่งได้ติดตั้งปริยายไว้แต่แรก (แปลว่าไส้ในของ totem จะต้องเป็น xine ไม่ใช่ gstreamer ไม่รู้ว่าจะใช้ gsine หรือ xine-ui แทนได้หรือเปล่า แต่น่าจะได้นะ) ว่าแล้วก็พิมพ์คำสั่งดังด้านล่างนี้ :
sudo aptitude remove --purge totem totem-gstreamer
sudo aptitude install totem-xine

How to install Gmail Notifier alternative (CheckGmail)

  • Add the following sources to the repository list:
deb http://asher256-repository.tuxfamily.org dapper main dupdate french
deb http://asher256-repository.tuxfamily.org ubuntu main dupdate french
  • Install the application
sudo aptitude install checkgmail
  • Go to 'System/Preferences/Sessions/Startup Programs' and add the following path to start notifier automatically
File:Sessions.png
Sessions windows


File:Add startup program.png
Add startup program window


/usr/bin/checkgmail

After this the program will appear in your notification area.

How to emulate Mac OS X Spotlight (Deskbar)

  • Right click to your panel and select 'Add to panel...'. Now choose 'Deskbar' applet and click 'Add' button.
  • Install 'Beagle' packet to enable data indexing on your computer

How to make Ubuntu look like Mac OS X

  • Detailed instruction can be found here.

How to remove temporary files on shutdown

  • Backup sysklogd file
sudo cp /etc/init.d/sysklogd /etc/init.d/sysklogd_backup
  • Edit sysklogd file
gksudo gedit /etc/init.d/sysklogd
  • After the following lines...
stop)
log_begin_msg "Stopping system log daemon..."
start-stop-daemon --stop --quiet --oknodo --exec $binpath --pidfile $pidfile
log_end_msg $?
  • Add this line:
rm -fr /tmp/* /tmp/.??*

How to tile windows in gnome

First, download the wmtile debian package here.

If you are not running i386, the project's homepage is here.

  • Double click the package and install it.
  • Login as root and browse to /usr/share/tile/
  • Open the rc file in gedit
  • Change the second option to read "multi-desktop netwm"
  • Save the rc file

Now, create a launcher:

  • Right-click on the gnome panel (the taskbar at the top of the screen) and choose "Add to Panel"
  • Select "Custom Application Launcher" and fill in these values:
    • Type: Application
    • Name: Tile Windows Vertically
    • Command: tile -v -w
  • You can also select an icon to use with the launcher.
  • Click "OK"

Now open a couple windows and click your new launcher button to test it. This works great with two or three windows, but it can get a bit strange with more.

If you want to create another launcher that tiles windows horizontally, just follow the same directions, but use the command "tile -h -w"

เครื่องเครือข่าย

เครื่องเครือข่าย Ubuntu Feisty LAMP

เครื่องเครือข่ายสำหรับระบบ AntiVirus

วิธีการติดตั้ง ClamAV AntiVirus บนเครื่องเครือข่าย

sudo clamscan -r /location_of_files_or_folders

วิธีการตรวจไวรัสใน ไฟล์/โฟลเดอร์ แบบอัตโนมัติ

ในหัวข้อ Automatically scan files/folders for viruses at midnight everyday
* * * * * means minute hour date month year
 export EDITOR=gedit &&  sudo crontab -e
*Append the following line at the end of file
00 00 * * *  sudo clamscan -r /location_of_files_or_folders
  • ทำการบันทึกข้อมูล

เครื่องเครือข่ายเพื่อการตรวจสอบระบบ

ถ้าคุณต้องการตรวจสอบเครื่องเครือข่ายและเครื่องลูกที่ใช้อูบุนตู ไม่ว่าจะเป็น จำนวนหน่วยความจำที่ใช้, คุณภาพการทำงานของตัวประมวลผล, ค่าเฉลี่ยของการโหลด, จำนวนเนื้อที่ที่ถูกใช้ไป, การตรวจสอบระบบ Mysql, การตรวจสอบระบบเครือข่าย, การตรวจสอบระบบในด้านอื่น คุณต้องอ่านตรงนี้

Monitor your Ubuntu Servers and Clients using Munin

เครื่องเครือข่ายสำหรับการพิมพ์ (cupsd)

วิธีการติดตั้ง cupsd

Cupsd ควรที่จะได้รับการติดตั้งอัตโนมัติโดยตัวของระบบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว. ให้ตรวจสอบดูว่ามีไฟล์อยู่ที่นี่หรือเปล่า "/etc/init.d/cupsys". หรือถ้าคุณอยากจะติดตั้งเองก็สามารถทำได้
 sudo apt-get install cupsys*

วิธีการเพิ่มเครื่องพิมพ์เข้าไปในระบบ

  • ไปยัง System -> Administration -> Printing.
  • เลือก "Add printer".
  • ให้ทำตามคำแนะนำของ "Add printer wizard" ที่ปรากฎขึ้นบนหน้าจอ

วิธีการสั่งพิมพ์ผ่านเครือข่ายบนเครื่องอูบุนตู

  • ตรวจทานดูว่าได้ตั้งค่าเครื่องพิมพ์ไว้อย่างดีแล้ว
  • ทำการแชร์เครื่องพิมพ์ - System -> Administration -> Printing -> Global Settings menu -> Share printers
  • Server ip address: 192.168.0.1
  • Client ip address: 192.168.0.23
    • การตั้งค่าบนเครื่องเครือข่าย
 sudo cp /etc/cups/cupsd.conf /etc/cups/cupsd.conf.backup
 gksudo gedit /etc/cups/cupsd.conf
ให้ค้นหาโค้ดข้างล่างนี้
<Location />
  ...
  Allow localhost
  ...
</Location>
และเพิ่มโค้ดชุดนี้ลงไป
 Allow 192.168.0.23
ทำการรีสตาร์ท cups.
 sudo /etc/init.d/cupsys restart
    • การตั้งค่าบนเครื่องลูก
 sudo cp /etc/cups/client.conf /etc/cups/client.conf.backup
 gksudo gedit /etc/cups/client.conf
และเพิ่มโค้ดชุดนี้ลงไป
 ServerName 192.168.0.1
ทำการรีสตาร์ท cups.
 sudo /etc/init.d/cupsys restart
ลองพิมพ์ "lpq" เข้าไปและเห็นอะไรคล้ายๆ ตัวข้างล่างนี้
 vitek@lightfox:~$ lpq
 HPLJ6P is ready
 no entries

วิธีการสั่งพิมพ์ผ่านเครือข่ายบนเครื่องวินโดว์


1.19.4.5

วิธีการตั้งค่าเครื่องพิมพ์เครือข่ายแบบ 4 port

ทำการตั้งค่า COMPUSA บนเครื่องอูบุนตู

(1) ไปยัง System -> Administration -> Printing.

(2) และทำการเพิ่มเครื่องพิมพ์โดยการเลือก Add a printer

(3) เลือกที่ Network Printer จากนั้นเลือก HP JetDirect

(4) ตรงที่เขียนว่า Host you put in the IP Address of the Print server จะมี Smb4k

(5) ตรง Port ให้ใส่ 9100 สำหรับ USB port 1, 9101 สำหรับ USB port 2, 9102 สำหรับ USB port 3, และ 9103 สำหรับ USB port 4.

(6) จากนั้นกด forward เพื่อทำการติดตั้งเครื่องพิมพ์

เครื่องเครือข่ายระบบ NFS

วิธีติดตั้งเครื่องเครือข่ายระบบ NFS

sudo apt-get install nfs-kernel-server nfs-common portmap

ทำการตั้งค่า Portmap ไม่ให้ bind กับ loopback interface:

sudo dpkg-reconfigure portmap 
sudo /etc/init.d/portmap restart

ระบุแชร์โฟลเดอร์(export):

sudo vi /etc/exports

กำหนดค่าของแชร์โฟลเดอร์(export):

วิธีข้างล่างนี้จะทำการแชร์โฟลเดอร์สำหรับ IP addresses ระหว่าง 192.168.1.1 และ 192.168.1.255 ซึ่งผู้อื่นสามารถเขียนและอ่านโฟลเดอร์นี้ได้:

/path/to/shared/files 192.168.1.1/24(rw,no_root_squash,async)

วิธีข้างล่างนี้จะทำการแชร์โฟลเดอร์สำหรับ IP addresses ระหว่าง 192.168.1.1 และ 192.168.1.255 ซึ่งผู้อื่นสามารถอ่านโฟลเดอร์นี้ได้อย่างเดียว:

/path/to/shared/files 192.168.1.1/24(ro,async)

เมื่อเสร็จแล้วให้ทำการบันทึกและเริ่มการใช้งานเครือข่ายระบบ NFS ใหม่:

sudo /etc/init.d/nfs-kernel-server restart

ทำการส่งค่าออก

sudo exportfs -a

การติดตั้งเครื่องลูก NFS

sudo apt-get install portmap nfs-common
ต่อเข้ากับระบบด้วยตนเอง
cd ~
mkdir temp
sudo mount 192.168.1.1:/path/to/shared/files temp

อาจต้องทำการรีสตาร์ทระบบ NFS เสียก่อน:

sudo /etc/init.d/portmap restart
sudo /etc/init.d/nfs-common restart
ต่อเข้ากับระบบแบบอัตโนมัติ

สร้างจุดเชื่อมต่อ:

sudo mkdir /mnt/files

ปรับค่า:

sudo vi /etc/fstab

เพิ่มโค้ดคล้ายๆ กับบรรทัดล่างนี้เข้าไป:

192.168.1.1:/path/to/shared/files /mnt/files nfs rsize=8192,wsize=8192,timeo=14,intr

ทดสอบค่าที่ตั้งขึ้นไปใหม่:

sudo mount /mnt/files

ทำการรีบู๊ทเพื่อทดสอบการเชื่อมต่ออัตโนมัติ

เครื่องเครือข่าย Samba

วิธีการติดตั้งเครื่องเครือข่าย Samba เพื่อการแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์

sudo apt-get install samba smbfs

วิธีการ เพิ่ม/แก้ไข/ลบ สมาชิกออกจากระบบเครือข่าย

sudo smbpasswd -a system_username
gksudo gedit /etc/samba/smbusers
    • เปิดไฟล์ขึ้นมาใหม่ แล้วเพิ่มบรรทัดข้างล่างนี้เข้าไป
system_username = "network username"
    • ทำการบันทึกข้อมูล
  • วิธีการแก้ไขข้อมูลสมาชิกในระบบเครือข่าย
sudo smbpasswd -a system_username
  • วิธีการลบข้อมูลสมาชิกในระบบเครือข่าย
sudo smbpasswd -x system_username

How to share home folders with read only permission (Authentication=Yes)

sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
gksudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
;  security = user
...
  • Replace with the following lines
  security = user
  username map = /etc/samba/smbusers
  • Uncomment the following lines:
;[homes]
;comment = Home Directories
;browseable = no
;valid users = %S
;writable = yes
sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to share home folders with read/write permissions (Authentication=Yes)

sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
gksudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
;  security = user
...
  • Replace with the following lines
  security = user
  username map = /etc/samba/smbusers
  • Find this section
...
# By default, the home directories are exported read-only. Change next
# parameter to 'yes' if you want to be able to write to them.
  writable = no
...
  • Replace with the following lines
# By default, the home directories are exported read-only. Change next
# parameter to 'yes' if you want to be able to write to them.
  writable = yes
sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to share group folders with read only permission (Authentication=Yes)

sudo mkdir /home/group
sudo chmod 777 /home/group/
sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
gksudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
;  security = user
...
  • Replace with the following lines
 security = user
 username map = /etc/samba/smbusers
  • Append the following lines at the end of file
[Group]
  comment = Group Folder
  path = /home/group
  public = yes
  writable = no
  valid users = system_username1 system_username2
  create mask = 0700
  directory mask = 0700
  force user = nobody
  force group = nogroup

sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to share group folders with read/write permissions (Authentication=Yes)


sudo mkdir /home/group
sudo chmod 777 /home/group/
sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
gksudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
;  security = user
...
  • Replace with the following lines
  security = user
  username map = /etc/samba/smbusers
  • Append the following lines at the end of file
[Group]
  comment = Group Folder
  path = /home/group
  public = yes
  writable = yes
  valid users = system_username1 system_username2
  create mask = 0700
  directory mask = 0700
  force user = nobody
  force group = nogroup
sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to share public folders with read only permission (Authentication=Yes)


sudo mkdir /home/public
sudo chmod 777 /home/public/
sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
gksudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
;  security = user
...
  • Replace with the following lines
  security = user 
  username map = /etc/samba/smbusers
  • Append the following lines at the end of file
[public]
  comment = Public Folder
  path = /home/public
  public = yes
  writable = no
  create mask = 0777
  directory mask = 0777
  force user = nobody
  force group = nogroup
sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to share public folders with read/write permissions (Authentication=Yes)

sudo mkdir /home/public
sudo chmod 777 /home/public/
sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
gksudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
;  security = user
...
  • Replace with the following lines
  security = user
  username map = /etc/samba/smbusers
  • Append the following lines at the end of file
[public]
  comment = Public Folder
  path = /home/public
  public = yes
  writable = yes
  create mask = 0777
  directory mask = 0777
  force user = nobody 
  force group = nogroup
sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to share public folders with read only permission (Authentication=No)

sudo mkdir /home/public
sudo chmod 777 /home/public/
sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
gksudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
;  security = user
...
  • Replace with the following line
  security = share
  • Append the following lines at the end of file
[public]
  comment = Public Folder
  path = /home/public
  public = yes
  writable = no
  create mask = 0777
  directory mask = 0777
  force user = nobody
  force group = nogroup
  • Save the edited file
sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to share public folders with read/write permissions (Authentication=No)

sudo mkdir /home/public
sudo chmod 777 /home/public/
sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf_backup
gksudo gedit /etc/samba/smb.conf
  • Find this line
...
;  security = user
...
  • Replace with the following line
  security = share
  • Append the following lines at the end of file
[public]
  comment = Public Folder
  path = /home/public
  public = yes
  writable = yes
  create mask = 0777
  directory mask = 0777
  force user = nobody
  force group = nogroup

  • Save the edited file
sudo testparm
sudo /etc/init.d/samba restart

How to print on remote Ubuntu machine via samba

 sudo cp /etc/samba/smb.conf /etc/samba/smb.conf.backup
 gedit /etc/samba/smb.conf
Find the following lines
 ...
 # printing = cups
 # printcap name = cups
 ...
and uncomment them.
 printing = cups
 printcap name = cups
Restart cups server
 sudo /etc/init.d/cupsys restart
Now printers working on your Ubuntu machine should be acessible via samba.

เครื่องมือจัดการเครื่องเครือข่ายแซมบาผ่านเว็บ (SWAT)

วิธีติดตั้งซูเปอร์เซิร์ฟเวอร์ INETD

 sudo apt-get install netkit-inetd

วิธีติดตั้งโปรแกรม SWAT สำหรับดีมอนของเครื่องเครือข่ายแซมบา

 sudo apt-get install swat
  • เปิดโปรแกรมปรับค่า inetd
 sudo gksu gedit /etc/inetd.conf
  • หากมีตัวอักษรดังกล่าวปรากฏ:
 <#off#> swat            stream  tcp     nowait.400      root    /usr/sbin/tcpd  /usr/sbin/swat
  • เปลี่ยนเป็น:
 swat            stream  tcp     nowait.400      root    /usr/sbin/tcpd  /usr/sbin/swat
  • เริ่มโปรแกรมใหม่
 sudo /etc/init.d/inetd restart

SSH Server

How to install SSH Server for remote administration service

sudo apt-get install ssh

How to SSH into remote Ubuntu machine

e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have installed SSH Server service
Read #How to install SSH Server for remote administration service
Remote Ubuntu machine: 192.168.0.1
ssh username@192.168.0.1

How to copy files/folders from remote Ubuntu machine into local machine (scp)

e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have installed SSH Server service
Read #How to install SSH Server for remote administration service
Remote Ubuntu machine: 192.168.0.1
Remote files/folders location: /home/username/remotefile.txt
Local machine save location: . (current directory)
scp -r username@192.168.0.1:/home/username/remotefile.txt .

How to copy files/folders from local machine into remote Ubuntu machine (scp)

e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have installed SSH Server service
Read #How to install SSH Server for remote administration service
Local files/folders location: localfile.txt
Remote Ubuntu machine: 192.168.0.1
Remote Ubuntu machine save location: /home/username/
scp -r localfile.txt username@192.168.0.1:/home/username/

How to copy files/folders from remote Ubuntu machine into local machine (rsync)

e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have installed SSH Server service
Read #How to install SSH Server for remote administration service
Remote Ubuntu machine: 192.168.0.1
Remote files/folders location: /home/username/remotefile.txt
Local machine save location: . (current directory)
rsync -v -u -a --delete --rsh=ssh --stats username@192.168.0.1:/home/username/remotefile.txt .

How to copy files/folders from local machine into remote Ubuntu machine (rsync)

e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have installed SSH Server service
Read #How to install SSH Server for remote administration service
Local files/folders location: localfile.txt
Remote Ubuntu machine: 192.168.0.1
Remote Ubuntu machine save location: /home/username/
rsync -v -u -a --delete --rsh=ssh --stats localfile.txt username@192.168.0.1:/home/username/

How to mount remote folders into local Ubuntu machine (sshfs)

e.g. Assumed that remote machine has installed SSH Server service
Read #How to install SSH Server for remote administration service
Remote machine: 192.168.0.1
Remote machine folder location: /media/music
  • Install sshfs
sudo apt-get install sshfs
  • Load kernel driver for sshfs
sudo modprobe fuse
  • Join the 'fuse' user group
sudo adduser your_user_name fuse
  • Logout and login for this to take effect.
  • fix group on /dev/fuse
 sudo chgrp fuse /dev/fuse
  • Create local mountpoint in your home directory
mkdir ~/remote_music
  • Mount the remote folder into ~/remote_music
sshfs 192.168.0.1:/media/music ~/remote_music

How to SSH into remote Ubuntu machine via Windows machine

e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have installed SSH Server service
Read #How to install SSH Server for remote administration service
  • Download PuTTY: Here


How to copy files/folders from/into remote Ubuntu machine via Windows machine

e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have installed SSH Server service
Read #How to install SSH Server for remote administration service
  • Download FileZilla: Here

How to limit the user accounts that can connect through ssh remotely

e.g. If you enable the SSH server, then any user with a valid account can connect remotely
This can lead to security risks, as there exist remote password cracking tools that
try common username/password pairs.
  • Keep a backup of the ssh server configuration file with

sudo cp /etc/ssh/sshd_config /etc/ssh/sshd_config.ORIGINAL

  • Edit the configuration file

gksudo gedit /etc/ssh/sshd_config

  • Change the parameter PermitRootLogin from yes to no. The superuser must not be able to connect directly from remote.
  • Add the parameter AllowUsers and specify the usernames (space separated) that can connect remotely.

NOTE: This will allow ONLY the users specified to connect. You may use wildcards here (example: j* will allow jsmith to connect but not fsmith)

  • You can also use DenyUsers for fine-grained selection of users.
  • If you enable the openssh server and you have no intention for now to enable remote connections, you may add AllowUsers nosuchuserhere to disable anyone connecting.

Using SSH to Port Forward

e.g. Assumed that remote machine has installed SSH Server service
Read #How to install SSH Server for remote administration service

If is possible to create secure SSH tunnels between multiple sites. Imagine two sites (home and office). If you have an SSH server available in the office available via the Internet, you can tunnel across to this server and communicate with any local PC in the office from home.

  • Example: Make Port 80 (Web Server) on 10.0.2.10 in the office available locally on Port 81

From home:

ssh -L 81:10.0.2.10:80 user@office.net

Once logged in, you can now browse to http://localhost:81 which is really a secure tunnel to the web server in your office. You can setup multiple port forwardings.

ssh -L 81:10.0.2.10:80 -L 82:10.0.2.20:80 -L 83:10.0.2.30:80 user@office.net

Now, port 81 locally forwards to port 80 on 10.0.2.10, port 82 forwards to port 80 on 10.0.2.20 and port 83 forwards to port 80 on 10.0.2.30

For example, http://localhost:81 connects you to port 80 on 10.0.2.10 (computer at remote location)

Specify port with -p?? if SSH Server on office.net does not run on default port 22.

Explanation:

ssh -L <local port>:<remote computer>:<remote port> <user>@<remote ip>

Protecting SSH from brute force atack

It is possible to easily protect SSH from a password brute force attack with a pam_abl module. You can install it by the two ways:

To install from a repository:

And execute the following commands:

sudo aptitude update
sudo aptitude upgrade
sudo aptitude install libpam-abl
sudo /etc/init.d/ssh restart

First command is to fetch the repository listing. Second is to upgrade the openssh-server package to patched version (openssh-client will be also updated). Third is to set up a protection plugin. And the fourth is to restart a server with a new security plugin.

DHCP Server

How to install DHCP Server for automatic IP addresses assignment

e.g. Assumed that "eth0" is the interface for network card
IP Address Range: 192.168.0.100 to 192.168.0.200
Subnet Mask: 255.255.255.0
DNS Servers: 202.188.0.133, 202.188.1.5
Domains: tm.net.my
Gateway Address: 192.168.0.1
sudo apt-get install dhcp3-server
sudo cp /etc/default/dhcp3-server /etc/default/dhcp3-server_backup
gksudo gedit /etc/default/dhcp3-server
  • Find this line
...
INTERFACES=""
  • Replace with the following line
INTERFACES="eth0"
  • Save the edited file
sudo cp /etc/dhcp3/dhcpd.conf /etc/dhcp3/dhcpd.conf_backup
gksudo gedit /etc/dhcp3/dhcpd.conf
  • Find this section
...
# option definitions common to all supported networks...
option domain-name "example.org";
option domain-name-servers ns1.example.org, ns2.example.org;
default-lease-time 600;
max-lease-time 7200;
...
  • Replace with the following lines
# option definitions common to all supported networks...
#option domain-name "example.org";
#option domain-name-servers ns1.example.org, ns2.example.org;
#default-lease-time 600;
#max-lease-time 7200;
  • Find this section
...
# A slightly different configuration for an internal subnet.
#subnet 10.5.5.0 netmask 255.255.255.224 {
# range 10.5.5.26 10.5.5.30;
# option domain-name-servers ns1.internal.example.org;
# option domain-name "internal.example.org";
# option routers 10.5.5.1;
# option broadcast-address 10.5.5.31;
# default-lease-time 600;
# max-lease-time 7200;
#}
...
  • Replace with the following lines
# A slightly different configuration for an internal subnet.
subnet 192.168.0.0 netmask 255.255.255.0 {
 range 192.168.0.100 192.168.0.200;
 option domain-name-servers 202.188.0.133, 202.188.1.5;
 option domain-name "tm.net.my";
 option routers 192.168.0.1;
 option broadcast-address 192.168.0.255;
 default-lease-time 600;
 max-lease-time 7200;
}
  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/dhcp3-server restart


ระบบสำรองข้อมูลในอูบุนตุ

ถ้าคุรต้องการจะสำรองข้อมูลในอูบุนตุ ลองใช้เครื่องมือสำรองข้อมูลดังต่อไปนี้

โปรแกรม Sbackup

โปรแกรม Dar และ Kdar

เครื่องแม่ข่ายสำหรับฐานข้อมูล

วิธีติดตั้งเครื่องแม่ข่ายสำหรับฐานข้อมูลแบบ SQL

sudo apt-get install mysql-server
  • โปรแกรม MySQL ปรกติแล้วจะอนุญาตให้เริ่มใช้จาก localhost (127.0.0.1) เราจำต้องยกเลิกข้อจำกัดนั้นถ้าคุณต้องการให้ทุกคนเข้าถึงโปรแกรมได้ผ่านอินเทอร์เนต เปิดไฟล์/etc/mysql/my.cnf
gksudo gedit /etc/mysql/my.cnf
  • หาบรรทัดที่เขียนว่า bind-address = 127.0.0.1 นำเครื่องหมายคอมเมนต์ออก
...
#bind-address           = 127.0.0.1
...
  • โปรแกรม MySQL ตั้งค่าเริ่มต้นให้ root ไม่มีรหัสผ่าน ถือว่าเป็นความเสี่ยงค่อนข้างมาก เราจำต้องกำหนดรหัสผ่านให้กับ root เรายังต้องกำหนดรหัสผ่านให้กับผู้ใช้ root ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งนั้นด้วย ในที่นี้local-machine-name เป้นชื่อของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรากำลังใช้งานอยู่ ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก ที่นี่
mysqladmin -u root password your-new-password
mysqladmin -h root@local-machine-name -u root -p password your-new-password
sudo /etc/init.d/mysql restart

การสำรองฐานข้อมูล MySQL ด้วยโปรแกรม AutoMySQLBackup

  • AutoMySQLBackup เป็นโปรแกรมสคริปต์ที่ใช้ในการสำรองฐานข้อมูล MYSQL แบบประจำวัน ประจำสัปดาห์ และประจำเดือน โดยใช้คำสั่ง mysqldump
  • ลักษณะของ AutoMySQLBackup
    • ทำการสำรองฐานข้อมูล MySQL ได้หลายๆ ฐานข้อมูลด้วยโปรแกรมสคริปต์เพียงชุดเดียว (ในปัจจุบันสามารถสำรองฐานข้อมูลทั้งหมดบนเครื่องแม่ข่ายอย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องแยกแต่ละฐานข้อมูลออกจากกัน)
    • ทำการสำรองฐานข้อมูลทั้งหมดไว้ในไฟล์เดียว หรือแยกเก็บในไดเรกทอรีและไฟล์ตามฐานข้อมูลแต่ละชุด
    • บีบอัดไฟล์สำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติ เพื่อประหยัดเนื้อที่บนดิสก์ โดยใช้คำสั่ง gzip หรือ bzip2
    • สามารถสำรองข้อมูลจากเครื่องแม่ข่ายระยะไกล มาเก็บไว้ที่เครื่องแม่ข่ายกลางได้
    • ทำงานโดยอัตโนมัติด้วยคำสั่ง cron หรือสั่งการจากผู้ใช้โดยตรงได้
    • สามารถส่งบันทึกการสำรองข้อมูลผ่านอีเมล์ไปยังที่อยู่อีเมล์ที่กำหนดไว้ นอกเหนือจากผู้ใช้ "root" (เหมาะสำหรับการจัดการเว็บไซต์และฐานข้อมูล)
    • สามารถส่งไฟล์สำรองข้อมูลที่ถูกบีบอัดไว้ผ่านทางอีเมล์ไปยังที่อยู่ที่กำหนด
    • สามารถกำหนดขนาดสูงสุดของไฟล์สำรองข้อมูลสำหรับการส่งทางอีเมล์
    • สามารถกำหนดให้ใช้คำสั่งในการสำรองข้อมูลแบบก่อนและหลัง
    • สามารถเลือกวันที่จะทำการสำรองข้อมูลในแต่ละสัปดาห์ได้


  • AutoMySQLBackup Requirements

The AutoMySQLBackup script only requires mysqldump (A standard utility provided with the mysql client) and gzip or bzip2 for compression of the backup files. If you would like to have the log emailed to you then you will need to have permission to execute the “mail” program. If you want the compressed backup files mailed to you then Mutt must be available on the server. Finally you will need a bash shell and the standard system tools and utilities (all these requirements should be the default on most linux system.)

  • What AutoMySQLBackup does

Every day AutoMySQLBackup will run (if setup in /etc/cron.daily) and using mysqldump and gzip will dump your specified databases to the /backups/daily directory, it will rotate daily backups weekly so you should never have more than 7 backups in there..

Every Saturday AutoMySQLBackup will again backup the databases you have chosen but they will be placed into /backups/weekly, these will be rotated every 5 weeks so there should never be more than 5 backups in there..

Every 1st of the month AutoMySQLBackup will create a backup of all databases and place them into /backups/monthly. These will never be rotated so it will be up to you to do your own house keeping. I would suggest taking a copy of this offline every month or two so that if you have a hard drive failure you will be able to restore your database

  • AutoMySQLBackup Installation

The install is as simple as editing a few variables in the AutoMySQLBackup file. The full setup is documented in the AutoMySQLBackup script file below the variables section.

  • Download automysqlbackup.sh and place it into your /etc/cron.daily directory or your home directory.
  • Edit (at least) the following lines :
...
USERNAME=dbuser 
PASSWORD=password DBNAMES=”DB1 DB2 DB3″
...
  • Note:The user must have at least select privileges to the databases and make sure to keep the quotes ” ” otherwise it won’t work
  • Make the file executable :
sudo chmod u+rwx
  • Create the following directory
./backups
  • That’s it...Now you can run it using the command line “./automysqlbackup.sh” or if it is in /etc/cron.daily it will run each day when cron

How to install MYSQL Administrator

sudo apt-get install mysql-admin

How to install MySQL Query Browser (SQL Client)

sudo apt-get install mysql-query-browser

How to install Oracle Database XE

  • Add the following repository to your /etc/apt/sources.list:
deb http://oss.oracle.com/debian unstable main non-free
  • Install the software using apt-get
sudo apt-get update
sudo apt-get install oracle-xe
  • Add your login to the 'dba' group (where your login name is username)
sudo usermod -G dba -a username
  • Run the initial configuration
sudo /etc/init.d/oracle-xe configure

You can configure any ports you want as long as they don't interfere with any other services listening on ports. You can choose the defaults by pressing enter instead of entering something in.

Apache HTTP Server

How to install Apache HTTP Server for HTTP (Web) Server service

sudo apt-get install apache2

How to install PHP for Apache HTTP Server

How to install PHP4
sudo apt-get install php4
sudo apt-get install libapache2-mod-php4
sudo /etc/init.d/apache2 restart
  • To test if php4 installed correctly
gksudo gedit /var/www/testphp.php
  • Insert the following line into the new file
<?php phpinfo(); ?>
How to install PHP5
sudo apt-get install php5
sudo apt-get install libapache2-mod-php5
sudo /etc/init.d/apache2 restart
  • To test if php5 installed correctly
gksudo gedit /var/www/testphp.php
  • (Optional) Insert the following line into the new file
<?php phpinfo(); ?>

If that didn't work (for example, if your browser prompted you to save the testphp.php page), try these commands:

sudo a2enmod php5
sudo /etc/init.d/apache2 force-reload

Then try opening http://localhost/testphp.php again

  • (Optional) Install recommended PHP5 modules
sudo apt-get install php5-xsl
sudo apt-get install php5-gd
sudo apt-get install php-pear
  • Restart Apache
sudo /etc/init.d/apache2 restart

Many PHP applications use XSLT technology as well as server-side graphic manipulation (via GD). Also, PEAR provides access to PHP's module repository.

pear help

How to install MYSQL for Apache HTTP Server

sudo apt-get install libapache2-mod-auth-mysql
  • Select either php4-mysql or php5-mysql depending on which version of PHP you installed
sudo apt-get install php<version-number>-mysql
sudo apt-get install phpmyadmin
  • To get PHP to work with MySQL, open the file (where <version> is either 4 or 5 depending on which PHP you installed)
gksudo gedit /etc/php<version>/apache2/php.ini
  • You'll need to uncomment the ";extension=mysql.so" line so that it looks like this
...
extension=mysql.so
...
  • Save the file then exit
sudo /etc/init.d/apache2 restart

Alternative if the above doesn't work (which it probably won't and this probably will):

 sudo apt-get install mysql-server

How to install Python for Apache 2

sudo aptitude install python
sudo aptitude install libapache2-mod-python
sudo gedit /etc/apache2/mods-available/mod_python.conf

add the following lines

AddType application/x-httpd-python .py
AddHandler mod_python .py
PythonHandler mod_python.publisher
PythonDebug On

save

cd /etc/apache2/mods-enabled
sudo ln -s ../mods-available/mod_python.conf mod_python.conf
sudo /etc/init.d/apache2 restart

How to map URLs to folders outside /var/www/

gksudo gedit /etc/apache2/conf.d/alias
  • Insert the following lines into the new file
Alias /URL-path /location_of_folder/
<Directory /location_of_folder/>
  Options Indexes FollowSymLinks
  AllowOverride All
  Order allow,deny
  Allow from all
</Directory>
  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/apache2 restart
  • When you get "403 - Permission denied", you might try:
chmod o+x /location_of_folder/
  • If that doens't work, the following might help:
chmod o+r,o+x /location_of_folder/

How to change the default port number for Apache HTTP Server

e.g. Assumed that new port number is 78
sudo cp /etc/apache2/ports.conf /etc/apache2/ports.conf_backup
gksudo gedit /etc/apache2/ports.conf
  • Find this line
Listen 80
  • Replace with the following line
Listen 78
  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/apache2 restart

How to parse RSS into PHP for Apache HTTP Server

e.g. Assumed that RSS is DistroWatch.com - News
wget -c http://easylinux.info/uploads/magpierss-0.71.1.tar.gz
sudo mkdir /var/www/feeds
sudo tar zxvf magpierss-0.71.1.tar.gz -C /var/www/feeds/
sudo mv /var/www/feeds/magpierss-0.71.1/* /var/www/feeds/
sudo rm -fr /var/www/feeds/magpierss-0.71.1/
sudo chown -R www-data:root /var/www/feeds/
gksudo gedit /var/www/feeds/index.php
  • Insert the following lines into the new file
 <!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Strict//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-strict.dtd">
 
 <html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml" lang="en" xml:lang="en">
 
 <head>
 
 <title>DistroWatch.com - News</title>
 
 <meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=iso-8859-1"/>
 
 <style type="text/css">
 /*<![CDATA[*/
 /* 
 DEFAULT TAG STYLES
 */
 
 body {
  background: #ffffff;
  margin-left: 20px;
  font-family: bitstream vera sans,sans-serif;
  font-size: 9pt;
 }
 
 h1 {
  font-family: luxi sans,sans-serif;
  font-size: 15pt;
 }
 
 /*]]>*/
 </style>
 
 </head>
  
 <body>
 
 <?php

 require_once 'rss_fetch.inc';
 error_reporting(E_ERROR);
 
 $url = 'http://distrowatch.com/news/dw.xml';
 $rss = fetch_rss($url);
 
 if ($rss) {
 
  echo "<h1>";
  echo "<a href=$url>", $rss->channel[title], "</a><br/>";
  echo "</h1>";
 
  foreach ($rss->items as $item ) {
   $url = $item[link];
   $title = $item[title];
   $description = $item[description];
   echo "<li>";
   echo "<b>Topic:</b> <a href=$url><b><u>$title</u></b></a><br/><br/>";
   echo "$description<br/><br/>";
   echo "</li>";
  }
 
 }
 else {
  echo "<a href=$url>", $url, "</a> - Server Down!<br/>";
 }
 
 ?>
 
 </body>
 
 </html>
 

Troubleshooting Feisty Fawn


FTP Server

How to install FTP Server for File Transfer service

sudo apt-get install proftpd

How to configure FTP user to be "jailed" (chrooted) into their home directory

sudo cp /etc/proftpd/proftpd.conf /etc/proftpd/proftpd.conf_backup
gksudo gedit /etc/proftpd/proftpd.conf
  • Find this section
...
DenyFilter           \*.*/
...
  • Add the following line below it
DefaultRoot           ~

  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/proftpd restart

How to configure FTP Server to allow anonymous FTP user to read only

sudo cp /etc/proftpd/proftpd.conf /etc/proftpd/proftpd.conf_backup
gksudo gedit /etc/proftpd/proftpd.conf
  • Append the following lines at the end of file
<Anonymous ~ftp>
 User            ftp
 Group            nogroup
 UserAlias          anonymous ftp
 DirFakeUser on ftp
 DirFakeGroup on ftp
 RequireValidShell      off
 MaxClients         10
 DisplayLogin        welcome.msg
 DisplayFirstChdir      .message
 <Directory *>
  <Limit WRITE>
   DenyAll
  </Limit>
 </Directory>
</Anonymous>
  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/proftpd restart

How to configure FTP Server to allow anonymous FTP user to read/write

sudo cp /etc/proftpd/proftpd.conf /etc/proftpd/proftpd.conf_backup
gksudo gedit /etc/proftpd/proftpd.conf
  • Append the following lines at the end of file
<Anonymous ~ftp>
 User            ftp
 Group            nogroup
 UserAlias          anonymous ftp
 DirFakeUser on ftp
 DirFakeGroup on ftp
 RequireValidShell      off
 MaxClients         10
 DisplayLogin        welcome.msg
 DisplayFirstChdir      .message
</Anonymous>
  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/proftpd restart

How to map anonymous FTP user to folders outside /home/ftp/

sudo cp /etc/proftpd/proftpd.conf /etc/proftpd/proftpd.conf_backup
gksudo gedit /etc/proftpd/proftpd.conf
  • Append the following lines at the end of file
<Anonymous /location_of_folder/>
 User            ftp
 Group            nogroup
 UserAlias          anonymous ftp
 DirFakeUser on ftp
 DirFakeGroup on ftp
 RequireValidShell      off
 MaxClients         10
 DisplayLogin        welcome.msg
 DisplayFirstChdir      .message
 <Directory *>
  <Limit WRITE>
   DenyAll
  </Limit>
 </Directory>
</Anonymous>
  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/proftpd restart

How to change the default port number for FTP Server

e.g. Assumed that new port number is 77
sudo cp /etc/proftpd/proftpd.conf /etc/proftpd/proftpd.conf_backup
gksudo gedit /etc/proftpd/proftpd.conf
  • Find this line
Port              21
  • Replace with the following line
Port              77
  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/proftpd restart

How to ftp into remote Ubuntu machine via Windows machine

e.g. Assumed that remote Ubuntu machine have installed FTP Server service
Read #How to install FTP Server for File Transfer service
  • Download FileZilla: Here

Personal Apt Repository

Setting Up Repository

Note: This type of repository is known as a Trivial Repository.

This type of repository does not fully comply with Debian standards, so should not be used commercially. However, it is ideal for home or personal use.

  • Install Package Tools
sudo apt-get install dpkg-dev
  • Create Repos on Filesystem
mkdir /somewhere/apt
mkdir /somewhere/apt/archives
mkdir /somewhere/apt/archives/binary
  • (Optional) Copy existing local APT cache to your Repos
cp -v /var/cache/apt/archives/*.deb /somewhere/apt/archives/binary/
  • Create Package Lists for Repos
cd /somewhere/apt/archives
dpkg-scanpackages binary /dev/null | gzip -9c > binary/Packages.gz
  • Publish Repos with Apache
cd /var/www
sudo ln -s /somewhere/apt/archives apt
  • Add Repos to Sources (on all PCs) to /etc/apt/sources.list

Open /etc/apt/sources.list

sudo gedit /etc/apt/sources.list

Add the following to the bottom of the file:

# My Repos
deb http://localhost/apt binary/
  • Update APT Database
sudo apt-get update

Updating Repository

Simply copy or download ".deb" files to /somewhere/apt/archives/binary/ and then update the Packages list:

cd /somewhere/apt/archives
dpkg-scanpackages binary /dev/null | gzip -9c > binary/Packages.gz

Streaming Media Server

How to install GNUMP3d for Streaming Media Server service

e.g. /var/music/ is the directory containing multimedia files
sudo apt-get install gnump3d

How to change the default directory containing multimedia files for GNUMP3d

e.g. Assumed that new directory containing multimedia files is /home/music/
sudo cp /etc/gnump3d/gnump3d.conf /etc/gnump3d/gnump3d.conf_backup
gksudo gedit /etc/gnump3d/gnump3d.conf
  • Find this line
root = /var/music
  • Replace with the following line
root = /home/music
  • Find this line
user = gnump3d
  • Replace with the following line
user = root
  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/gnump3d restart

How to change the default port number for GNUMP3d

e.g. Assumed that new port number is 7878
sudo cp /etc/gnump3d/gnump3d.conf /etc/gnump3d/gnump3d.conf_backup
gksudo gedit /etc/gnump3d/gnump3d.conf
  • Find this line
port = 8888
  • Replace with the following line
port = 7878
  • Save the edited file
sudo /etc/init.d/gnump3d restart


Groupware (Email/Calendaring)

How to install Meldware Communication Suite

  • Read #General Notes
  • Read #How_to_install_Java_Development_Kit_.28JDK.29_v5.0
  • Meldware Communication Suite provides a multi-platform alternative to popular groupware like Exchange or Lotus Notes including Email(SMTP/POP/IMAP) and Calendaring(iCAL,WCAP). It depends on Java and, optionally, for the webmail/webcal client, Flash.
sudo aptitude install sun-java5-jdk
sudo update-java-alternatives -s java-1.5.0-sun
  • Download the jar file for a recent milestone or build here
  • Open a new terminal (capture java path updates)
  • change directory to your download directory
  • replace below filename with correct version based on your download
sudo java -jar buni-meldware-20070225.jar
  • A series of configuration questions are asked, for destination directory specify /opt/mcs
sudo cp /etc/init.d/skeleton /etc/init.d/meldware-cs
sudo vi /etc/init.d/meldware-cs
  • Replace the value in the line beginning with PATH with "/usr/sbin:/usr/bin:/sbin:/bin:/opt/mcs/bin" excluding quotes (assuming you specified /opt/mcs as the destination directory to the installer)
  • Replace the value in the line beginning with DESC with "Meldware Communication Suite" including quotes
  • Replace the value in the line beginning with NAME with "run.sh" excluding quotes
  • Replace the value in the line beginning with DAEMON with "/opt/mcs/bin/$NAME" excluding quotes
  • Replace the value in the line beginning with DAEMON_ARGS with "-c meldware" excluding quotes
  • Replace the value in the line beginning with SCRIPTNAME with "/etc/init.d/meldware-cs" excluding quotes
  • save (ESC):wq
sudo chmod 755 /etc/init.d/meldware-cs
sudo ln -s /etc/init.d/meldware-cs /etc/rc3.d/S21meldware-cs
sudo ln -s /etc/init.d/meldware-cs /etc/rc6.d/K21meldware-cs
sudo ln -s /etc/init.d/meldware-cs /etc/rc4.d/S21meldware-cs 
  • start MCS
sudo /etc/init.d/meldware-cs restart
  • Additional documentation is available here

Image Gallery Server

  • For a comparison between Gallery1 and Gallery2 see here

Gallery1

How to install Gallery1 for Image Gallery Server service
sudo apt-get install gallery (when prompted to restart Apache, choose No or Cancel)
sudo apt-get install imagemagick
sudo apt-get install jhead
sudo apt-get install libjpeg-progs
sudo /etc/init.d/apache2 restart
sudo sh /usr/share/gallery/configure.sh
Gallery Configuration Wizard: Step 1
Next Step ->
Gallery Configuration Wizard: Step 2
General settings Tab ->
Admin password: Specify the password

Locations and URLs Tab ->
Album directory: /var/www/albums/
Temporary directory: /tmp/
Gallery URL: http://localhost/gallery
Albums URL: http://localhost/albums
Next Step -->
Gallery Configuration Wizard: Step 3
Next Step -->
Gallery Configuration Wizard: Step 4
Save Config ->
How to configure Gallery1 to be accessible via Internet (Hostname or fix IP) or LAN (fix IP)
e.g. Assumed that network and internet connections have been configured properly
Internet (Hostname or fix IP) or LAN (fix IP): http://www.url.com
sudo cp /etc/gallery/config.php /etc/gallery/config.php_backup
gksudo gedit /etc/gallery/config.php
  • Find this section
...
$gallery->app->photoAlbumURL = "http://localhost/gallery";
$gallery->app->albumDirURL = "http://localhost/albums";
...
  • Replace with the following lines
$gallery->app->photoAlbumURL = "http://www.url.com/gallery";
$gallery->app->albumDirURL = "http://www.url.com/albums";
How to configure Gallery1 to be accessible via LAN (dynamic IP)
e.g. Assumed that network connections have been configured properly
LAN (dynamic IP): 192.168.0.1
sudo cp /etc/gallery/config.php /etc/gallery/config.php_backup
gksudo gedit /etc/gallery/config.php
  • Find this section
...
$gallery->app->photoAlbumURL = "http://localhost/gallery";
$gallery->app->albumDirURL = "http://localhost/albums";
...
  • Replace with the following lines
$gallery->app->photoAlbumURL = "/gallery";
$gallery->app->albumDirURL = "/albums";
How to backup/restore Gallery1 data
sudo tar zcvf gallery.tgz /var/www/albums/ /etc/gallery/
  • To restore Gallery data
sudo tar zxvf gallery.tgz -C /

Gallery2

How to install Gallery2
How to configure Gallery2

How to install Subversion version control server (with Apache support)

  • Install Subversion and Apache 2 Module
sudo aptitude install subversion libapache2-svn
  • Enable Subversion/DAV Apache 2 Module
sudo a2enmod dav_svn
  • Configure Apache 2
sudo nano /etc/apache2/mods-enabled/dav_svn.conf

Edit the file to look something like this:

<Location /svn>
  DAV svn
  SVNPath /home/svn

  AuthType Basic
  AuthName "Subversion Repository"
  AuthUserFile /etc/apache2/dav_svn.passwd
  Require valid-user
</Location>
  • Create Subversion Repository
sudo mkdir /home/svn
sudo svnadmin create /home/svn
  • Give Apache 2 Permissions to Repository
sudo chown -R www-data /home/svn
  • Create Repository User

Replace 'username' with your username

sudo htpasswd2 -cm /etc/apache2/dav_svn.passwd username

Enter password when prompted.

  • Restart Apache 2
sudo /etc/init.d/apache2 restart

How to install Subversion version control server (svnserve)

  • Install Subversion and Internet services daemon
sudo apt-get install subversion xinetd
  • Create user that will own the repositories
sudo adduser --system --no-create-home --home /var/svn --group --disabled-login svn
  • Create directory that will hold the repositories
sudo mkdir /var/svn
sudo chown svn:svn /var/svn
  • Create file /etc/xinetd.d/svnserve with the following content
service svn
{
       port = 3690
       socket_type = stream
       protocol = tcp
       wait = no
       user = svn
       server = /usr/bin/svnserve
       server_args = -i -r /var/svn
}
  • Restart xinetd
sudo /etc/init.d/xinetd restart
  • Create the first repository
sudo -u svn svnadmin create /var/svn/testrepo
  • It should be possible to check out the repository and work on it
svn co svn://localhost/testrepo

การแก้ไขปัญหา

วิธีการป้องกันไม่ให้เวลาของระบบแปลงค่าตัวเองเป็น UTC (GMT)

sudo cp /etc/default/rcS /etc/default/rcS_backup
gksudo gedit /etc/default/rcS
  • ให้หาโค้ดบรรทัดนี้
...
UTC=yes
...
  • ให้ใส่โค้ดบรรทัดนี้เข้าไปแทน
UTC=no
  • ทำการบันทึกไฟล์
  • ที่เมนู ให้ไปยัง System -> Administration -> Time and Date

ตั้งค่าเวลาให้ถูกต้อง

sudo /etc/init.d/hwclock.sh restart

วิธีการตั้งค่าเสียงใน GNOME ให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง

sudo killall esd
sudo cp /etc/esound/esd.conf /etc/esound/esd.conf_backup
gksudo gedit /etc/esound/esd.conf
  • ให้หาโค้ดชุดนี้
...
auto_spawn=0
spawn_options=-terminate -nobeeps -as 5
...
  • แทนที่เข้าไปด้วยโค้ดชุดนี้
auto_spawn=1
spawn_options=-terminate -nobeeps -as 2 -d default
  • ทำการบันทึกไฟล์
sudo apt-get install libesd-alsa0
gksudo gedit /etc/asound.conf
  • ใส่โค้ดตามนี้ไปยังไฟล์ที่สร้างขึ้นมาใหม่
pcm.card0 {
type hw
card 0
}

pcm.!default {
type plug
slave.pcm "dmixer"
}

pcm.dmixer {
type dmix
ipc_key 1025
slave {
pcm "hw:0,0"
period_time 0
period_size 2048
buffer_size 32768
rate 48000
}
bindings {
0 0
1 1
}
}
  • ทำการบันทึกไฟล์
sudo ln -fs /usr/lib/libesd.so.0 /usr/lib/libesd.so.1
ไปยัง System -> Preferences -> Sound
Sound preferences
General Tab -> Sounds for events (Un-Checked)
  • ให้ทำการบันทึกข้อมูลในทุกๆ โปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่ แล้วรีบู๊ทเครื่อง

วิธีการเคลียร์ถังขยะใน GNOME

sudo rm -fr $HOME/.Trash/

วิธีการกำจัดเมนูที่ซ้ำซ้อนใน GNOME


วิธีการรีเฟรช Places ใน Gnome (ในกรณีที่เมาท์ /media/ ใน /etc/fstab แล้วไม่มีอะไรแสดงขึ้นมา)

sudo /etc/init.d/dbus restart

วิธีการเชื่อมต่อ wireless LAN (WLAN)แบบ static (ไม่ใช่ dhcp) (KDE)

  • I assume you have successfully consumed WLAN connection in Windows
  • สมมุติว่าคุณสามารถใช้ WLAN ใน Windows ได้
  • ใหตั้งค่าอุปกรณ์เน็ทเวิร์คโดยทำตามวิธีดังนี้
  • ไปยัง K-menu -> System Settings -> Network Settings
  • ตั้งค่าให้เป็น Administrator mode
  • ให้เลือกแทป Network Interfaces และไปยัง wireless interface (ส่วนใหญ่จะเป็น ath0) เพื่อทำการตั้งค่า
  • คลิก Configure Interface...
  • ตรง Choose Manual or Automatic. ให้เลือก Manual
  • ให้ใส่ IP address ที่ต้องการลงไป และให้มัน activate เมื่อเริ่มการใช้คอมพิวเตอร์ทุกครั้ง
  • ไปยัง Advanced Settings เพื่อตั้งคุณสมบัติอื่นๆ
  • เลือกแทป Routes เพื่อที่จะใส่ Gateway IP address
  • ให้ทำการเลือกรายชื่ออุปกรณ์เน็ทเวิร์คให้ถูกต้อง (เช่น ath0)
  • คลิก apply เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • To choose wireless connection please follow the following steps
  • Go to K-menu -> Internet -> Wireless Assistant
  • Right click on preferred connection ssid
  • Choose and complete fields for Manual connection
  • Click Ok
  • วิธีการตั้งค่าการเชื่อมต่อ
gksudo gedit /etc/wpa_supplicant.conf
  • ใส่โค้ดชุดนี้ไปยังไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
network={
ssid="YOUR_PREFERRED_CONNECTION_SSID"
scan_ssid=1
proto=WPA
key_mgmt=WPA-PSK
psk="STRING_TO_GENERATE_PASSWORD"
#psk=123456789 #you have option to use connection key instead of connection password
}
  • ทำการบันทึกข้อมูล
  • สร้าง script เพื่อทำการเชื่อมต่อให้ง่ายขึ้น
gksudo gedit /etc/init.d/wifi_wpa.sh
  • ใส่โค้ดชุดนี้ไปยังไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
#! /bin/sh
# wifi: wpa_supplicant init
echo " * [Wifi]: Enabling WPA supplicant..."
if [ -x /sbin/wpa_supplicant ]; then
/sbin/wpa_supplicant -B -i ath0 -c /etc/wpa_supplicant.conf -D madwifi -w
fi
exit 0
  • ทำการบันทึกข้อมูล
  • ตรวจดูว่าไฟล์ทั้งสองนี้ readable และ executable
sudo chmod +r /etc/wpa_supplicant.conf
sudo chmod +x /etc/init.d/wifi_wpa.sh
  • วิธีทำให้การเชื่อมต่อแบบ wireless เริ่มทำงานเมื่อเปิดคอมพิวเตอร์
sudo ln -s /etc/init.d/wifi_wpa.sh /etc/rcS.d/S40netwifiwpa
  • ปิดโปรแกรมทุกๆ ตัว และทำการรีบู๊ทคอมพิวเตอร์

วิธีการตั้งรีโซลูชันขนาด 1400x1050

การอัพเกรด อูบุนตู

วิธีการอัพเกรด Feisty Fawn ไปสู่ Gutsy Gibbons

  • ปัจจุบันนี้อูบุนตูยังเป็นเวอร์ชั่น 7.04 อยู่ Gusty Gibbons ยังไม่ออก ขอให้สนุกกับ Feisty ไปพลางๆ ก่อน
Personal tools
Sponsor
     Asus X200CA